ร่างเปลือยเปล่าของฮันกยองและฮีชอลที่นอนตระกองกอดกันใต้ผ้าห่มผืนหนาราวกับกลัวว่าถ้าตื่นขึ้นมาแล้วคนในอ้อมกอดจะหายไปไหน นี่เป็นครั้งแรกที่ฮีชอลคิดจะนอนกอดร่างสูงที่เขาเผลอปล่อยตัวปล่อยใจให้ฮันกยองไป
ทุกครั้งจะเป็นชายหนุ่มที่พยายามจะกอดร่างเล็กเอาไว้ แต่คืนนี้มันต่างออกไปที่ทั้งสองใจต่างกอดกันและกัน ให้ความอบอุ่นมิรู้หนาวเลย
ฮีชอลขยับตัวที่นอนแนบชิดอกแกร่งเบาๆ รู้สึกว่าแขนใหญ่ที่นอนหนุนนั้นสบายกว่าหมอนขนนกใดๆ แม้จะไม่อ่อนนุ่มแต่สัมผัสกลับอ่อนโยน อยากจะหลับอยู่อย่างนั้น ไม่ต้องตื่นขึ้นมา
เปลือกตาหนาขยับเล็กๆ เลิกขึ้นมองภาพที่เข้ามากระทบโสตประสาทช้าๆ เมื่อเห็นร่างสูงยังนอนหลับหายใจสม่ำเสมอ เขาก็ตัดสินใจปิดตาลงขยับเข้ากอดฮันกยองแน่นกว่าเดิมแล้วกลับเข้าสู่ห้วงนิทราต่อไป
เวลาผ่านไป ร่างเล็กต้องยอมเปิดตากลมขึ้นอีกครั้ง เมื่อกลีบปากนุ่มได้รับสัมผัสอันอ่อนโยนจากใครบางคน มอร์นิ่ง คิส
ฮีชอลลืมตาขึ้นมองแล้วปิดตาลงซึมซับความหวานจากจุมพิตยามเช้าที่อ่อนละมุนจากร่างสูงด้วยความรู้สึกเต็มใจ ไม่คิดจะผลักไสหรือกล่าวหาคนที่กอดเขาอยู่เลย
"ฮื่อ..พอได้แล้ว" เสียงหวานพึมพำเบาๆทันทีที่ร่างหนาละริมฝีปากออก ใบหน้าหวานขึ้นสีเล็กๆเมื่อสบตากับคนที่กำลังมองเขาอยู่ ฮันกยองยิ้มอบอุ่นอย่างที่ตัวเขาเองไม่ได้เห็นมานานแล้วตั้งแต่วันที่มาเฟียหนุ่มระแคะระคายเรื่องของเขา
"ก็ยอมเองไม่ใช่เหรอ" ถามแล้วมองเรื่อยมาที่อกบางขาว มือหนาใต้ผ้าห่มลูบไล้ไม่อยู่สุข
"เมื่อคืนนายเมาไม่ใช่เหรอ?" ฮีชอลถามกลับ ยู่หน้าลงคิดว่าร่างสูงไม่ได้ตั้งใจจะกอดเขาจริงๆเหมือนที่เขาตั้งใจยอมให้ฮันกยองสัมผัส
"คนเมาที่ไหนรู้ตัวว่าตัวเองทำอะไรอยู่ห๊ะ? ชั้นรู้หรอกน่าว่าแตะส่วนไหนของนาย สัมผัสตรงไหนของนาย" เน้นคำหลังแล้วล้วงไปจนถึงหว่างขา
"อยู่เฉยๆสิ" ว่าแล้วตามไล่ตะปบมือหนาแทบไม่ทัน คนอะไรไม่รู้มือไวเหลือเกิน
"หวานจัง" ริมฝีปากร้อนทาบทับลงที่ผิวขาวใส ไล่จูบไปเรื่อยพึมพำไม่หยุด
"นี่ เมื่อคืนยังไม่พออีกเหรอไง ปล่อยได้แล้วน้า" ฮีชอลบอกเสียงหวานแต่ก็ไม่ได้ขืนตัวออก มันระทวยไปหมดเมื่อฮันกยองสัมผัสเขา ไม่รู้ทำไม แค่ห้ามใจไม่ได้ ตอนนี้อะไรก็ไม่สำคัญแล้วสำหรับเขา แค่รู้ว่าตัวเองเป็นของฮันกยองทุกอย่างก็เพียงพอแล้ว
"ยังหรอก กอดนายกี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ไม่เบื่อเลย ชักจะหลงแล้วสิ" เสียงทุ้มเอ่ยแต่ยังไม่หยุดหยอกล้อกับผิวใส
"ฮื่อ พูดแบบนี้มากับกี่คนแล้วล่ะ" ฮีชอลว่าดันร่างสูงออกเบา ช้อนสายตาถาม
"หืม? สงสัยอะไรเหรอ" ชายหนุ่มขมวดคิ้วถาม ตอนนี้เขาเองแทบไม่นึกถึงอะไรทั้งนั้น สิ่งที่เดียวที่คิดที่รู้สึกก็คือตัวเขาและฮีชอล
"อีกไม่นานนายก็จะเบื่อชั้นเหมือนกับที่นายเบื่อคนอื่นๆใช่มั้ย ชั้นรู้หรอกน่า กี่คนแล้วที่ผ่านนายมา" ฮีชอลบอกเรียบๆ รู้ชะตาชีวิตตัวเองดีว่าแม้ตอนนี้ฮันกยองจะให้ความสำคัญกับเขามากขนาดไหน แต่สุดท้ายเขาก็ต้องถูกเขี่ยทิ้งเหมือนคนอื่นๆที่เป็นได้แค่ที่ระบายอารมณ์ของมังกรหนุ่ม ไม่เคยรักและต้องการอยากจริงใจ มีเอาไว้แค่ดับตัณหา
"คิดอะไรตื้นๆ" ร่างสูงว่า พยายามจะข่มอารมณ์ไว้ไม่ให้หงุดหงิด นี่ฮีชอลยังไม่เข้าใจอีกเหรอว่าเขารู้สึกยังไงกับตัวเอง ถ้าไม่รัก ไม่อยากเก็บไว้ จะกล้าหาเรื่องตัดพี่ตัดน้องกับคิบอมเพราะฮีชอลเชียวเหรอ
"ก็ชั้นเห็นเองมากับตา แต่ก่อนนายเปลี่ยนคู่นอนแทบไม่ซ้ำกันแต่ละอาทิตย์" ฮีชอลว่า ตอนที่เขาแฝงตัวเข้ามาทำงานกับฮันกยองทำให้เขาเห็นการใช้ชีวิตที่เสเพลของชายหนุ่ม แม้จะไม่เคยเข้าใจเลยก็ตามจนถึงเมื่อคืนนี้
"ก็นั่นมันก่อนที่ชั้นจะรู้จักนายกับช่วงแรกๆที่นาย..เอ่อ..เข้ามาทำงาน" ฮันกยองพาลนึกไปถึงเหตุผลที่ฮีชอลจงใจเข้าหาเขา เพียงเพราะต้องการหลอกลวงแล้วขโมยข้อมูลจากเขาไป เขาพยายามอย่างมากที่จะไม่ยกเรื่องนั้นขึ้นมาเป็นประเด็นแล้วทำลายบรรยากาศดีๆที่กว่าจะได้มีระหว่างเขากับฮีชอล
"ชั้นไม่เคยพาใครมานอนที่ห้องชั้นนะ.." ร่างสูงบอกเพิ่มเติม ดวงตากลมโตที่แสนหวานมองหน้าเขาอย่างไม่เชื่อในคำพูดของชายหนุ่ม
"แล้วบอกแบบนี้มากี่คนแล้วล่ะ" ยังคงท้วงไม่เชื่อ ฮันกยองมองหน้ายู่ๆแล้วหัวเราะเบาๆ ดูเหมือนร่างเล็กจะหึงเขายังไงยังงั้น
"บอกนายคนแรกแหละแล้วก็คนเดียวด้วย.." ชายหนุ่มก้มลงกระซิบที่ข้างหู ขบเม้มเบาๆให้จั๊กจี้เล่น ฮีชอลหลบออกยังคงไม่เลิกถามอย่างสงสัยเหมือนเด็กเจ็ดแปดขวบที่เพิ่งได้เริ่มอ่านหนังสือท่องโลกกว้าง
"มือไว ปากหวานแบบนี้ทำชาวบ้านหลงเชื่อไปกี่คนแล้วล่ะ.."
"ใครจะไปเชื่อมังกรโหดร้ายอย่างนาย" เบ้ปากเล็กๆ หาเรื่องเขยิบตัวออกห่าง ตะแคงข้างหันหลังให้ชายหนุ่ม
"เฮ้อ.." ฮันกยองถอนหายใจแรงด้วยความเหนื่อยใจ จะพูดยังไงฮีชอลก็ยังคงไม่คิดจะเชื่อเขาอยู่ดี บอกความจริงก็หาว่าโกหก ให้ตายเถอะ คนอะไร เดาใจยากที่สุด
"ฮีชอล.." มือหนาแตะที่ไหล่มนเบาๆ โน้มตัวลงกระซิบเบาๆ
"นายไม่ต้องเชื่อชั้นก็ได้นะ แค่รู้ไว้ว่าสำหรับชั้น นายกว่าสำคัญกว่าคนอื่นๆเสมอ" ร่างบางเคลื่อนตัวหันกลับมามองหน้าชายหนุ่ม เอ่ยถามเสียงเรียบ
"ตอนนี้ชั้นอยู่กับนายในฐานะอะไร? ของเดิมพันงั้นเหรอ?" ดวงตากลมฉายแววน้อยใจอย่างเห็นได้ชัด เพราะรู้ตัวเองดี
" เปล่า....นายอยู่กับชั้นในฐานะคนของชั้น เป็นของชั้นคนเดียวเท่านั้นและตลอดไป" ชายหนุ่มก้มลงมอบจุมพิตเพื่อเสริมความมั่นใจให้กับร่างสวย ลิ้นเรียวเกี่ยวพันกับลิ้นชื้นอย่างห้ามตัวเองไม่ได้ พอยอมเปิดตัวเปิดใจก็ทนต้านสัมผัสเขาไม่เคยไหว ฮีชอลเป็นของฮันกยองแล้วจริงๆโดยสมบูรณ์ ทั้งตัวและหัวใจ..
"ชั้นเป็นของนายแล้วก็ยอมให้นายกอดแค่คนเดียวนะ" เสียงหวานพูดอู้อี้ ใบหน้าสวยขึ้นสีเรื่ออย่างเห็นได้ชัดกับคำพูดที่ฟังดูเชิญชวนของตัวเอง ตอนนี้มันแทบจะลืมไปแล้วว่าเป็นศัตรูกับฮันกยอง
ฮันกยองมองหน้าคนตัวเล็กอึ้งๆ ไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดนี้ประโยคนี้จากฮีชอล ร่างสูงหัวเราะเล็กๆ โถมตัวลงกอดฮีชอลแน่นกว่าเดิมแล้วเอ่ย
"แล้วก็อย่าไปพูดแบบนี้กับคนอื่นนะรู้มั้ย" ฮีชอลพยักหน้าเล็กๆอย่างว่าง่าย เล่นเอาฮันกยองใจอ่อนยวบ รู้สึกอยากจะทะนุถนอมเขาไว้เหลือเกิน
"นายนี่น่ารักชิบหายเลยให้ตายสิ ยั่วกันชัดๆ" เริ่มรู้ว่าตนเองชักจะทนไม่ไหว ฝ่ามือสากลากไล้ผ่านหว่างขาเรียวแล้วกดคลึงเบาๆพร้อมกับที่ตนก้มลงดูดดื่มกับผิวขาวซุกไซ้ไม่หยุด
"เปล่ายั่วซะหน่อย.." ฮีชอลท้วงแต่ไม่ปฏิเสธสัมผัสวาบหวาม เดินตามบทรักที่ฮันกยองกำลังจะเริ่ม
"ก็แค่อยากให้กอด.." พูดเบาๆแต่กลับหารู้ไม่ว่าประโยคนั้นมันปลุกเพลิง ราคะในตัวมังกรหนุ่มให้ลุกโชน จมูกได้รูปตามไซ้ซอกคาขาว ริมฝีปากหยักกดจูบไปทั่ว ผิวสวย สร้างรอยรักซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อนจะจบลงที่ริมฝีปากนุ่มที่รอต้อนรับจุมพิตร้อนแรง
"ให้ตายชั้นก็ไม่ยอมแลกนายกับอะไรทั้งสิ้น ชั้นจะเก็บนายไว้อย่างนี้ ให้อยู่กับชั้นคนเดียว" ฮันกยองพึมพำเลียริมฝีปากตนเองก่อนจะก้มลงฉกชิมดูดดุนยอดอกสีชมพูจนร่างเล็กต้องแอ่นอกบางขึ้นรับสัมผัสร้อน นิ้วเรียวคีบยอดอกอีกข้างขยี้เล่นอย่างมันมือ ลิ้นร้อนไล้วนอยู่รอบติ่งสวยนั้น สร้างความรู้สึก ความต้องการให้ฮีชอลมากกว่าเดิม
"อือ..ฮัน..สัมผัสมากกว่านี้สิ...อ๊ะ..อา" ทั้งๆที่ไม่เคยเรียกร้องเองแต่กลับลองเอ่ยปากขอออกมาจากความรู้สึกข้างใน ร่างสวยบิดตัวเร่าเมื่อชายหนุ่มหยอกล้อรุนแรงขึ้นกับเม็ดนูนสีสด มือหนาป่ายไปมาที่หว่างขา สัมผัวเบาๆก่อนจะค่อยๆเริ่มถูไถมากขึ้น
"อยากให้ชั้นทำยังไง บอกสิ" เอ่ยถามเสียงพร่า ก้มลงกดจูบผิวขาวไม่ห่าง เลียไล้จนฮีชอลแทบจะละลาย
"แรง.." ฮีชอลหอบหายใจ รู้สึกคับแน่นที่แก่นกายจนอยากจะระเบิดออกมา เพียงแค่ต้องการสัมผัสรักจากชายหนุ่ม
"แรงกว่านี้.." เอ่ยเสียงสั่น แต่ร่างสูงยังคงอยากแกล้งถามกวนๆ
"ทำแบบไหนล่ะ แบบนี้ดีมั้ย?" มือสากสัมผัสรูดขึ้นลงอย่างรวดเร็ว จนฮีชอลแทบร้องออกมาไม่เป็นภาษา
"ดี..ฮัน..กยอง..แรงอีกสิ รูดเร็วกว่านี้ ได้..โปรด..อะ..อา" เอ่ยติดขัดเพราะแทบหายใจไม่ทันจากสัมผัสร้อน ไม่เคยรู้สึกอายที่ต้องร้องขอกับชายหนุ่มเท่าขนาดนี้มาก่อน
"ตามสั่งครับ" กดริมฝีปากหนาลงแลกลิ้นร้อนที่ต่างคนต้องการ ฮีชอลพาดมือโอบรอบคอชายหนุ่มแน่นต้องการปรนเปรอรสจูบให้หวานซึ้งกว่าเดิม มือหนายังคงทำหน้าที่ไม่หยุด รูดขึ้นลงแรงๆจนของเหลวอุ่นๆแตกคามือพร้อมกับร่างบางที่หอบแน่น กอดเขาเอาไว้ไม่ยอมห่าง
"อยากให้กอดเหรอ?" เสียงทุ้มถาม ปลายนิ้วเรียวไล้ผ่านใบหน้าสวยที่เขาหลงใหลแตะลงที่ริมฝีปากอิ่มรอคำตอบ
"อือ" ฮีชอลพึมพำเบาๆ
"จูบชั้นก่อนสิ" ฮันกยองว่า ดวงตากลมโตค้อนเข้าให้แต่ก็ยอมทำตามแต่โดยดี โน้มคอชายหนุ่มลงมาค่อยๆส่งลิ้นเล็กเข้าไปเกี่ยวดึงกับลิ้นชื้นกระชับความหอมหวานให้คนตัวสูงได้ดื่มด่ำกับรสจูบที่ฮีชอลเป็นคนมอบให้ หวานกว่าน้ำผึ้งที่ใดที่เขาเคยได้ชิมมา
ร่างสูงพลิกตัวให้ฮีชอลขึ้นมาอยู่ด้านบน ริมฝีปากร้อนยังทาบทับกันไม่ปล่อย บดขยี้กลีบเนื้อบางด้วยอารมณ์รักต้องการ
"ฮื่อ ทำแล้วนะ" ฮีชอลถอนริมฝีปากออกแล้วเอ่ย ใบหวานแดงซ่านเพราะอารมณ์ตัณหาที่คุกกรุ่นขึ้นมา
"ครับผม" ฮันกยองว่าแล้วค่อยเลื่อนร่างบางขึ้น ส่งลิ้นเรียวเลียไล้ติ่งสวยทั้งดูดทั้งขบอย่างเมามันเล่นเอาคนตัวเล็กต้องเชิดหน้าขึ้นด้วยความเสียวสะท้าน
"อา..ซี๊ด..อือ.." เสียงหวานครางลั่นจิกลงที่ไหล่แกร่งเพื่อเป็นที่ยึดตัว
ชายหนุ่มพลิกตัวอีกครั้งให้ฮีชอลกลับมาอยู่ด้านล่างเหมือนเดิม มือสากค่อยๆไล้ช้าๆผ่านหน้าท้องเนียนเรียบที่เกร็งขึ้นมาทันทียามเขาสัมผัสมาจนถึงหว่างขา สัมผัสส่วนอ่อนนุ่มเบาๆที่เริ่มมีอารมณ์ขึ้นอีกครั้งจากการกระตุ้นของเขา ฮันกยองลูบไล้ไปที่ต้นขาเรียวยกขาข้างซ้ายของฮีชอลขึ้นพาดบ่าตนจนสะโพกมนลอยจากเตียงนุ่ม ส่งนิ้วยาวเข้าไปเบิกทางช่องรักสีสดที่ตอดรัดเขาแน่นทั้งคืน
ริมฝีปากหยักยังคงจูบสัมผัสกระตุ้นอารมณ์ให้ตัวฮีชอลเรียกร้องเข้ามากกว่านั้น ฮังกยองค่อยๆเพิ่มจำนวนนิ้วแล้วเริ่มชักเข้าชักออกพร้อมกดไปที่จุดกระสันของร่างบาง ฮีชอลหอบถี่รู้สึกวาบในท้องน้อยประหลาดๆและเสียวเหลือเกิน รู้สึกได้ถึงความแห้งผากของริมฝีปากเล็ก ก่อนจะเอ่ยขอเสียงหวาน
"ฮันกยอง..จูบชั้นบ้างสิ..นะ..อา.." แขนเรียวที่โอบรอบคอร่างสูงเปลี่ยนเป็นจิกลงที่แผ่นหลังกว้างเมื่อโดนกระตุ้น คิดแต่จะเบียดตัวเข้าหาร่างหนาอย่างเดียว
ฮันกยองได้ฟังคำขอนั้นมีหรือจะไม่ตามใจ ประกบริมฝีปากหนาลงมอบความชุ่มชื้นให้ผ่านเรียวลิ้นร้อนที่แทบจะสูบหายใจจากฮีชอลไป ทั้งนิ้วเรียวด้านหลังก็ยังไม่เลิกทำงาน ชักเข้าออกเรื่อยๆจนคนตัวเล็กทนไม่ไหว อยากให้ฮันกยองเข้ามาในตัวเขา ไม่ใช่เพียงแค่นิ้ว
"อือ..ฮีชอล.." เสียงทุ้มพึมพำเรียกชื่อแล้วก้มลงจูบต่อกดนิ้วเรียวให้เข้าไปลึกขึ้นแล้วกระชากออกมาอย่างรวดเร็ว
"อา...ฮัน..นะ..นาย..ซี๊ด.." ฮีชอลเลียน้ำใสๆที่ไหลจากมุมปาก มองหน้าฮันกยองด้วยสายตาอ้อนวอน ร้องขอต้องการชายหนุ่มที่สุด
"เข้ามาสิ..อา..ฮันกยอง..อย่าแกล้งกันสิ" ฮีชอลเอ่ยขอแก่นกายของเขาแต่ชายหนุ่มกลับจงใจบดขยี้ยอดอกให้กระตุ้นอารมณ์ต้องการมากกว่าเดิม
"หืม..อยากให้ชั้นกอดขนาดนั้นเชียว.." เลิกคิ้วถามเบาๆแต่ยังไม่ละลิ้นร้อนจากอกบาง
"คนบ้า..อะ..อ๊า..ใจร้าย..ที่สุดเลย.." ฮีชอลว่าแล้วจิกเล็บลงที่หลังแกร่งแรงกว่าเดิม เขาต้องการฮันกยองแทบทนไม่ไหว
"ถ้าชั้นใจร้ายงั้นชั้นไม่กอดนายแล้วละกัน" ทำเป็นว่าแกล้งเงยหน้าขึ้นจากร่างบาง มือเล็กรีบรั้งไว้ทันทีที่เขาละจากผิวสวย จับมือหนาไว้แล้ววางมันทาบลงที่หน้าอก พึมพำเสียงกระเส่า
"เข้ามาเร็วๆเถอะนะ ชั้นอยากให้นาย..ครอบครองทั้งตัวชั้น..สัมผัสแรงๆตามใจนาย..ขอแค่นายกอดชั้นก็พอ.." ใบหน้าหวานดูเหมือนจะร้องไห้ รู้สึกกลัวถ้าชายหนุ่มคิดจะทิ้งเขาไปกลางคันจริงๆและไม่ยอมกอดเขาแล้ว ทั้งยังต้องยอมอายพูดจาขอร้องให้เขาสัมผัสเหมือนคนไม่มีค่าอะไรอย่างนั้น
"ฮื่อ..รู้แล้วน่าเด็กดื้อ ใครจะอดใจไม่กอดนายลงฮะ? ยิ่งนายยั่วกันแบบนี้ตั้งแต่แรก ไม่ทำอ่ะโง่เต็มทน" ฮีชอลยิ้มหวานพร้อมกับที่ปลายร้อนของฮันกยองถูไถกับช่องทางสีชมพูสดซึ่งขยายตัวนิดหน่อยจากนิ้วเรียวของเขา
"ฮันกยอง..." เสียงหวานเอ่ยพร้อมกับที่ชายหนุ่มค่อยๆกดแก่นกายเข้าไปครึ่งทาง ร่างเล็กระตุกเพราะความคับแน่นกำมือด้วยความเจ็บและอึดอัด
"ครับ" ว่าแล้วก็กระแทกตัวเข้าจนมิด ฮีชอลร้องเสียงหลงผวาเข้ากอดร่างสูงแน่นกว่าเดิม จิกที่แผ่นหลังสีเข้มจนเลือดซิบ
"อึดอัด..จะ..เจ็บ.." กัดฟันบอกอย่างทรมาน แต่มีหรือร่างสูงจะไม่รู้ ชายหนุ่มคีบยอดอกด้วยนิ้วเรียวบิดคลึงจนความเสียวซะท้านแผ่ซ่าน จูบลงทั่วดวงหน้าสวย บอกเบาๆ
"อย่าเกร็งนะคนดี ผ่อนคลายสิ..นั่นแหละ อย่าเพิ่งรัดชั้นแน่นไป..ให้ขยับได้ก่อน..อา..แบบนั้นแหละครับ..อา...ดีมาก...ฮีชอล..ดี..อือ...อา..." ร่างสูงเริ่มครางออกมาบ้างเมื่อเริ่มขยับกายเข้าออกพร้อมกับช่องทางคับแคบที่ตอดแน่น สร้างความเสียวให้เขาเช่นกัน
ฮันกยองค่อยๆสวนกายเข้าออก ถี่ขึ้นเรื่อยๆจนร่างเล็กไม่บอกว่าเจ็บเหลือเพียงเสียงหวานๆที่ครวญครางเพราะสุขสม
"อา..ซี๊ด..อ๊า..อื้อ..อา...อือ.."
ร่างสูงดึงท่อนเนื้อออก จับร่างเล็กพลิกตัวให้อยู่ในท่าโก้งโค้งจับสะโพกมนมั่นแล้วกดแก่นกายเข้าไปจนมิด ฮันกยองเริ่มกระแทกแรงขึ้นพร้อมร่างเล็กที่ตอดรัดเขาไม่หยุด ด้วยท่านี้ยิ่งทำให้เขาสัมผัสฮีชอลได้ลึกกว่าเดิม มือเล็กแทบไม่มีแรงพยุงตัวเองค่อยๆทรุดลงตามแรงกระแแทกที่เสียวกระสัน แต่บั้นท้ายยังถูกเกาะกุมด้วยมือหนาที่ช่วยให้การสวนทางเข้าออกสะดวกขึ้น
มือเล็กขยุ้มผ้าปูที่นอนสีเข้มเพราะความเสียวและสุขยิ่งกว่าได้ขึ้นสวรรค์ ส่งเสียงครางออกมาอย่างไม่อายอะไร ร่างสูงทาบทับตัวฮีชอลจากด้านหลังทั้งๆที่ยังขยับเข้าออก ยื่นมือไปจับหน้าสวยให้หันมาหยอกล้อกันด้วยลิ้นร้อน ส่วนล่างก็ยังปรนเปรอความต้องการให้ไม่หยุด
"ฮีชอล...นายรัดชั้นแน่นเหลือเกิน..อา..ดีจริงๆ" ฮันกยองพึมพำชอบใจ รู้สึกสุขสุดๆที่ได้ร่วมรักอย่างเต็มใจกับร่างบาง เพราะทั้งความรู้สึกที่ถ่ายทอดออกไปและความรู้สึกที่ได้รับกลับมา มันช่างต่างจากทุกคราว
"อือ..ขะ..ของ..นาย..ใหญ่จะตาย.." พึมพำพร้อมกับใบหน้าหวานที่ร้อนขึ้นมาจากคำพูดน่าอายของตนและสัมผัสรักจากด้านหลัง คนตัวสูงได้ฟังแล้วรู้สึกอยากจะจับร่างบางมาตีก้นเหลือเกิน พูดอะไรแบบนั้นให้เขามีอารมณ์มากกว่าเดิม
"ทะลึ่งนะเราน่ะ.." ไม่ว่าเปล่ากระแทกกายลงแรงๆ ย้ำจนมิด ฮีชอลครางเสียงสูงเชิดหน้าขึ้นทันที
"อ๊า...ซี๊ด..อา.."
เสียงครวญครางหวานๆของฮีชอลและเสียงแหบต่ำของฮันกยองดังประสานกันไม่หยุดหย่อน จงใจมอบสัมผัสรักให้กันและกันเพื่อเติมเต็ม แต่ช่วงเวลาของความสุขมักอยู่ไม่ได้นาน แม้แต่ความสุขทางกายก็ยังมีคนมาขัดขวางจนได้
ก๊อกๆ
เสียงหลังมือกระทบกับประตูไม้ขณะที่ร่างสองร่างบนเตียงยังคงเล่นบทรักที่เร่าร้อนไม่จบ แม้คนทั้งคู่แทบจะไม่ได้ยินเสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นนอกจากเสียงหอบหายใจและเสียงครางของกันและกัน
เสียงเคาะดังขึ้นและแรงขึ้น ฮีชอลที่ตาปรือกำลังดื่มด่ำกับสัมผัสสวาท พยายามเผยอปากอิ่มขึ้นทักท้วงฮันกยอง
"มะ..มีคนมาน่ะ.."
"ช่างมัน ชั้นจะนอนกับเมีย ใครมายุ่งพ่อจะยิงทิ้งแม่งหมด" เอ่ยเสียงโหดแล้วสวนกายเข้าออกถี่ขึ้นแรงขึ้น จนฮีชอลไม่สามารถปิดปากไม่ให้เสียงหวานเล็ดลอดออกไปได้ สุดท้ายก็ต้องยอมปล่อยเสียงน่าอายนั้นออกไป แม้จะรู้ว่าไม่ใช่แค่ฮันกยองคนเดียวที่ ได้ยิน แต่เป็นคนที่ยืนอยู่หน้าประตูด้วย
"ตะ..แต่ว่า.." ฮีชอลพยายามจะว่าต่อ แต่แรงกระแทกเล่นเอาจุกด้วยความเสียวไม่รู้จะเอ่ยออกมาเป็นคำพูดยังไง
"ไม่ต้องเร่งตัวเองนะ ถ้าใครมันมีธุระ มันก็ต้องรอให้ชั้นเสร็จกับนายก่อน" ฮันกยองว่าแล้วกอดร่างเล็กแน่น จูบพรมไปทั่วแผ่นหลังสีขาวอมชมพูที่ร้อนระอุ
"อือ..ใกล้แล้ว..อา.." ฮีชอลตอบรับพร้อมแอ่นตัวเข้ารับแก่นกายที่สวนเข้าออกไปมา มือหนาสัมผัสท่อนกายของฮีชอลไปพร้อมๆกับบทรักบทสุดท้ายที่จะบรรเลง
"พร้อมนะที่รัก.." ฮันกยองว่าแล้วกดตัวเข้าไปจนสุด ย้ำกายแรงๆสองสามทีก่อนจะปล่อยน้ำรักให้ไหลเยิ้มผ่านช่องทางรักด้านหลัง ส่วนอ่อนนุ่มของฮีชอลเองก็ปลดปล่อยไปพร้อมกัน
ทั้งสองร่างกอดกันแน่นหอบหายใจแรงพร้อมเหงื่อที่ไหล่ชุ่มกาย เพลิงราคะมันทำให้พวกเขารู้สึกร้อนรุ่มข้างในจนต้องปลดปล่อยออกมา
ชายหนุ่มแตะริมฝีปากตัวเองลงเบาๆกับฮีชอล เหมือนทุกครั้งที่มีอะไรกัน ฮันกยองมักจะจูบส่งท้ายเล็กๆแบบนี้เสมอ แม้ว่าบางครั้งจะเป็นการขืนใจหรือบังคับเหมือนครั้งแรกๆก็ตาม
สัมผัสอ่อนละมุนนี่แหละที่ทำให้ฮีชอลวางใจ คิดอยากจะให้คนที่กอดตนเป็นได้แค่ฮันกยองคนเดียว..
ต่างคนต่างไม่มีใครพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา แทบไม่ใช้เสียงคุยกันแต่ให้ร่างกายบอกผ่านสัมผัสที่แตะต้อง อาจจะเป็นเพราะไม่อยากรื้อฟืนวันเวลาที่ต่างจะทำให้พวกเขาเองเจ็บปวดทั้งคู่ ทรมานกันคนละอย่าง
ตอนนี้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอะไรมันมากกว่ากัน เกลียดหรือรัก?
เพียงแต่ทั้งคู่ไม่มีโอกาสได้เอ่ยบอกความรู้สึกต่อกันและกันเลย...คงจะคิดแค่ว่า ต่างฝ่ายต่างไม่ได้ต้องการความสัมพันธ์ที่มั่นคง เพราะรู้ว่าวันนึงพวกเขาสองคนคงไม่ได้อยู่ด้วยกัน
แม้ฮันกยองจะอยากเก็บฮีชอลไว้กับตนขนาดไหนหรือแม้แต่ฮีชอลเองอยากจะอยู่กับฮันกยองมากขนาดไหนก็ตาม แต่พรหมได้ลิขิตแล้วให้ฮันกยองเดินทางนี้และให้ฮีชอลเดินทางนั้น ทางที่คู่ขนานกันและไม่มีวันได้บรรจบลง
ตราบใดที่คนทั้งคู่ยังเป็นฮันกยองหัวหน้าพรรคเฮยหลงและคิม ฮีชอล เด็กที่เจย์และโรสเก็บมาเลี้ยงและปลูกฝังให้อาฆาตมังกรดำที่มาพรากครอบครัวเขาไป
เสียงทุบประตูดังขึ้นอีกครั้ง เรียกสติจากคนที่ตระกองกอดกันอย่างเหนื่อยอ่อนจากบทรักที่รัญจวนใจ ฮีชอลเงยหน้าขึ้นมองประตูบานใหญ่แล้วเอ่ย
"ไม่ไปดูเหรอ?"
"ยังไม่อยากลุกนี่ อยากนอนอยู่แบบนี้" พูดเอาแต่ใจเหมือนเด็กๆ ซุกหัวยุ่งลงที่หน้าอกบางเหมือนจะอ้อน
"ฮันกยองไปเปิดประตูสิ เผื่อมีธุระสำคัญนะ" ฮีชอลพยายามกล่อม
"แล้วให้คนข้างนอกเข้ามาเห็นเราสองคนแบบนี้เหรอ?" ทำเป็นถามอย่างใสซื่อ ใบหน้าหวานขึ้นสีด้วยความอายผลักฮันกยองออกแล้วเอาหมอนอิงปิดหน้าไว้ครึ่งนึง
"บ้า ใครบอกให้ทำแบบนั้นเล่า" พูดเสียงอู้อี้แล้วซุกหน้าลงที่หมอนสี่เหลี่ยม
"อ้าวก็เห็นบอกให้ไป" ว่าแล้วก็ดึงหมอนออก คร่อมตัวจ้องใบหน้าหวานอยู่แบบนั้น
"ไปสิ" คนตัวเล็กไล่เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้นอีก
"ทำไมถึงมีแต่คนชอบขัดใจชั้นจริงๆเลยเนี่ย" บ่นออกมาด้วยอารมณ์เซ็งนิดๆ ฮีชอลได้ทีรีบเสริม
"ก็เลิกเป็นคนเอาแต่ใจซะทีสิ"
"ง่ะ นายว่าชั้นเหรอ - -" ฮีชอล!" แววตาไม่น่าไว้ใจของฮันกยองเหล่มองคนที่ว่าเขา รู้สึกอยากจะจูบหนักๆปิดปากนั้นตะหงิดๆ
"ก็จริงนี่นา เอ๊อ..ไปเปิดประตูได้แล้วไป" ว่าแล้วดันร่างสูงให้ลุกขึ้น ก่อนจะดึงผ้าห่มผืนหนามาคลุมตัว โบ้ยหน้าไปที่ประตูไม้
"คอยดูจะมาคิดบัญชีคืน" ฮันกยองว่าแล้วชี้นิ้วไปที่ใบหน้าสวยซึ่งแลบลิ้นใส่เขา คลานลงจากเตียงคว้าเอาเสื้อคลุมสีดำตัวเมื่อวานขึ้นมาใส่ ผูกสายรัดแน่นแล้วเดินไปเปิดประตู
คนที่กำลังจะเคาะอีกทีถึงกับชะงัก เมื่อประตูที่ตัวเองทุบอยู่ถูกกระชากออก ร่างสูงที่สีหน้าเซ็งโลกเตรียมจัดการคนที่มากวนเวลาของเขากับฮีชอลเปลี่ยนเป็นตกใจทันทีที่เห็นว่าใครมาเคาะประตู
"เหม่ยหลิง.." เสียงทุ้มพึมพำเบาๆรีบดันตัวเองออกจากห้องปิดประตูแล้วดึงลูกบิดไว้ กลัวหญิงสาวจะขอเข้าไปหรือมองเห็นข้างใน
"อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่เกิง เหม่ยหลิงมาเคาะตั้งนานแน่ะกว่าพี่จะยอมเปิด" คู่หมั้นของชายหนุ่มตัดพ้อเบาๆอยากให้คนตัวสูงของโทษ แต่ฮันกยองได้แต่เกาหัวแกรกๆ ไม่รู้จะหาคำแก้ตัวยังไง
"อ่อ พี่เพิ่งตื่นน่ะ ฮ้าววว" เขาบอกแล้วแกล้งทำท่าหาว แต่แล้วก็แทบหุบปากไม่ทันเมื่อหญิงสาวเล่นถาม
"เหรอคะ เหม่ยหลิงนึกว่าพี่เกิงตื่นนานแล้วเหม่ยหลิงได้ยินเสียงอะไรไม่รู้ในห้องพี่ฮันเกิงน่ะค่ะ ฟังดูแปลกๆชอบกล.." หญิงสาวเอียงคอถามด้วยแววตาใสซื่อ ฮันกยองถึงกับหน้าเสียเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเสียงที่ว่านั่นคงจะเป็นตอนที่เขากับฮีชอลกำลังมีอะไรกันพอดี
"อ่อ พี่เปิดหนังทิ้งไว้อ่ะๆ แล้วเผลอหลับไป ตอนตื่นมาดูเมื่อเช้ามืด" ให้ตายเถอะ ปวดหัวชะมัด ทำไมเข้าต้องมาโกหกเพื่อปกปิดความสัมพันธ์ของเขากับฮีชอลด้วยเนี่ย หงุดหงิดชิบหาย
"อ้อเหรอคะ" เหม่ยหลิงพยักหน้าช้าๆเหมือนเข้าใจ หญิงสาวยิ้มกว้างพูดเรื่องที่ตั้งใจจะมาคุยทันที
"วันนี้พี่เกิงว่างมั้ยคะ ไปธุระกับเหม่ยหลิงหน่อย" ใบหน้าฮันกยองบอกได้ชัดว่าไม่อยากไป ทั้งๆที่วันนี้ตั้งใจไว้แล้วว่าจะอยู่กับฮีชอล ขอให้ได้มีเวลาส่วนตัวมั้งจะได้มั้ย!!
"ธุระอะไร สำคัญมั้ย พี่จำเป็นต้องไปด้วยเหรอ" ถามด้วยน้ำเสียงเบื่อๆเล่นเอาเหม่ยหลิงหน้าเจื่อน
"เอ่อ..มันอาจจะไม่สำคัญสำหรับพี่เกิงหรอกค่ะ แต่มันสำคัญสำหรับลูกผู้หญิงอย่างเหม่ยหลิงนะคะ มันเป็นธุระที่คนสองคนต้องไปด้วยกัน" เธอว่าแล้วก้มหน้านิ่ง ฮันกยองถอนหายใจถามไปตรงๆ
"บอกพี่มาเถอะว่าจะให้พาไปทำอะไร"
"เอ่อ เหม่ยหลิงอยาก..ไปดู..แหวนหมั้นของเราสองคนค่ะ.." ใบหน้าหวานขึ้นสีที่ต้องเป็นคนพูดชวนฝ่ายชายไปเอง
ฮันกยองขยี้หัวตัวเองให้มันยุ่งกว่าเดิม รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก ทั้งๆที่รู้ว่าการหมั้นด้วยสัญญาปากของเขากับเหม่ยหลิงเป็นแค่หนึ่งในข้อบังคับของการที่จะเกิดมาเป็นมังกรดำรุ่นที่ 32 อีกหนึ่งสิ่งที่เขาไม่ได้ร้องขอแต่กลับได้มา ไม่ได้ต้องการจะผูกมัดตัวเองกับใครทั้งนั้นที่เขาไม่ได้รัก
"เหม่ยหลิง เมื่อคืนพี่ทำงานหนักจนดึก ขอพักหน่อยละกัน ไว้อาทิตย์หน้าพี่จะพาไปนะ" ชายหนุ่มวางมือลงบนไหล่เล็กเหมือนให้สัญญา หญิงสาวพยักหน้าน้อยๆตอบรับเสียงแผ่ว
"ค่ะ"
"ทานข้าวเช้าหรือยัง แล้วจะกลับคอนโดเลยมั้ย พี่จะได้ให้คนขับรถขับไปส่ง?" ฮันกยองถาม
"เอ่อ..เหม่ยหลิงรอทานพร้อมพี่หานเกิงน่ะค่ะ" หญิงสาวเรียกชื่อเต็มเพื่อให้เขาเห็นว่าเธอตั้งใจรอเขาจริงๆ
"แต่พี่ยังไม่หิวน่ะ แถมง่วงด้วยกะจะนอนต่อแล้วค่อยลงไปกินสายๆ ฮ้าวว" ว่าแล้วก็แกล้งหาวแล้วบิดขี้เกียจไปมา หญิงสาวหน้าเจื่อนลงอีก ฮันกยองเลยรีบตัดบท
"เอางี้ เหม่ยหลิงไปทานข้าวเช้าเถอะน่ะ แล้วก็บอกซีวอนให้ไปส่งละกัน แล้ว วันหลังพี่จะรับไปทานดินเนอร์ ตกลงมั้ยครับ?" ก็เพราะลื่นเป็นปลาไหลแบนี้แหละ ฮันกยองถึงดิ้นหนีพวกช่างตื๊อได้ทุกราย แม้แต่คู่นอนของเขาหรือแม้แต่คู่หมั้นอย่างเหม่ยหลิง
"ก็ได้ค่ะ" ก้มลงโค้งเล็กๆ แล้วบอก
"รักษาสุขภาพด้วยนะคะพี่หานเกิง อย่าโหมงานมาก เหม่ยหลิงเป็นห่วง" หญิงสาวบอกแล้วยิ้มหวานก่อนจะค่อยๆก้าวขาเดินลงจากชั้นสองไป
ชายหนุ่มถอนหายใจเสียงดังที่รอดพ้นการต้องออกไปกับเหม่ยหลิงได้ ไม่สนอะไรแล้ว เขาทรมานกับชีวิตบัดซบนี้มานาน ไหนจะเรื่องของฮีชอลกับเจย์นั่นอีกที่ทำให้เขารู้สึกว่าชีวิตเขามันช่างนรกจริงๆ กว่าเขาจะได้ฮีชอลกลับมาเติมเต็มชีวิตเขาก็เล่นเอาหนักหนาสาหัสเหมือนกัน เสียอะไรไปตั้งเยอะ เรื่องอะไรจะต้องยอมเสียเวลาทำในสิ่งที่ตัวเองไม่อยากจะทำ
ตอนนี้เขารู้แค่เพียงอย่างเดียว...เขาอยากจะอยู่กับฮีชอลเท่านั้นพอ...
ร่างสูงปิดประตูห้องเบาๆ เดินตรงมาที่เตียงนอนเห็นร่างเล็กกำลังผูกสายรัดชุดคลุมอีกตัวที่เขาแขวนไว้ด้านนอก ฮันกยองเอ่ยถามด้วยความงง
"จะไปไหนน่ะ" ฮีชอลเงยหน้าขึ้นแล้วตอบ
"อาบน้ำน่ะสิ เหนียวตัวจะตาย" ว่าแล้วก็ลุกขึ้น ร่างสูงเดินเข้ามาใกล้ กอดเอวบางหลวมๆแล้วถาม
"งั้นไปอาบด้วยได้เปล่า?"
"ไม่ได้!" ฮีชอลรีบตอบเสียงห้วน
"เอ้า ทำไมล่ะ" ทำหน้าเซ็งๆพร้อมน้ำเสียงตัดพ้อ
"นายเข้าไปด้วยจะได้อาบเหรอ" ว่าแล้วก็หน้าแดง ก้มหลบเบี่ยงตัวออกจากวงแขนแกร่ง
"อะไร ยังไม่เห็นได้บอกเลยว่าจะทำอะไรซักหน่อย" ทำเป็นว่าไม่รู้ไม่ชี้ ตรงเข้ากอดร่างเล็กจากด้านหลังแล้วหอมแก้มเนียน
"อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้วนายน่ะ" ฮีชอลว่า หันกลับไปมองค้อนๆ
"แหม แสดงว่าเมียรู้ใจ ดีใจจัง" ว่าแล้วก็ขโมยหอมแก้มอีกฟอด ฮีชอลยู่หน้าแล้วตะโกนแหวใส่
"ใครเป็นเมียนายห๊ะ! ชั้นก็ผู้ชายเหมือนกันนะ ชิส์"
"อ้าว ก็ไม่สนอ่ะ เป็นผู้ชายก็เป็นเมียชั้นได้อยู่ดี ให้ตายเถอะแต่นายสวยกว่าผู้หญิงเป็นล้านที่ชั้นรู้จักเสียอีก" ฮันกยองเถียงแล้วหยอดใส่
"ไม่ได้สวยเว้ย เขาเรียกหน้าตาดี แบร่" หันไปแลบลิ้นใส่แล้วพยายามดิ้นแกะมือปลาหมึกออก ฮันกยองหัวเราะกับท่าทางและคำพูดของคนตัวเล็กที่ทำตัวได้น่ารักน่าหยิกน่าจับกดเหลือเกิน
"อ่ะ ครับๆ คุณหน้าตาดีครับๆ ยอมรับก็ได้"
"เอ้า ปล่อยได้แล้ว จะไปอาบน้ำ" ฮีชอลตีเพี๊ยะไปที่มือใหญ่ที่เกาะกุมเอวตนอยู่ ฮันกยองได้ทีรีบอ้อน
"อ่าๆ อาบด้วยสิ นะๆ ชั้นอยากให้นายเช็ดผมให้เหมือนวันนั้นอีกนี่นา"
"ก็อาบที่หลังก็เช็ดให้ได้ ไม่ต้องมาหาเรื่อง ปล่อยเลย เร็วๆ" สั่งเสียงเขียว จน ฮันกยองเริ่มถอดใจ ทำไมฮีชอลใจร้ายแบบนี้
"ดุจังอ่ะ" ทำเป็นว่าหน้าง้ำ
"ก็นายมันคนชอบฉวยโอกาสนี่นา ไม่ได้อาบเฉยๆแน่อ่ะ เมื่อคืนก็..ฮึ่ย" ว่าแล้วก็อายเองรู้สึกโกรธตัวเองที่ยอมใจดีทำตามที่ฮันกยองต้องการ
"เมื่อคืนทำไมเหรอ" ทำน้ำเสียงไม่รู้เรื่อง วางคางแหลมบนไหล่มน
"ก็เมื่อคืนตั้งหลายครั้งแล้วยังไม่พอใจอีกเหรอไง!" ฮีชอลว่าใบหน้าหวานแดงแปร๊ดยิ่งนึกถึงเรื่องเมื่อคืน
แค่คิดจะปลอบชายหนุ่มเลยใจดียอมให้สัมผัส ใครจะไปคิดว่าไอ้มังกรหื่นนี่มันจะกล้าทำอะไรเขาตรงนั้นจริงๆ ทั้งๆที่เป็นกลางคืนดึกดื่นอยู่ในสวนฮันกยองยังไม่เว้น แต่จะห้ามก็คงไม่ทัน ได้แต่ยอมให้เลยตามเลยทั้งๆที่อายกลัวใครมาเห็นแทบแย่ พอเสร็จใช่ว่าชายหนุ่มจะยอมปล่อยอุ้มขึ้นห้องมาต่ออีกตั้งสองรอบ
ไม่เรียกว่าเปลืองตัวคราวนี้ก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้วแหละ
"อือ ไม่อ่ะ" ตอบหน้าด้านๆเล่นเอาคนตัวเล็กแทบเดือด อยากจะต่อยหน้ากวนๆนั่นซะ
"โอ๊ย ไม่สนแล้ว ถ้านายไม่ปล่อย โกรธจริงๆด้วย" ขู่ปั๊บเล่นเอามังกรหนุ่มแทบฝ่อ รู้ว่าเวลาฮีชอลโกรธจะพาลขนาดไหน คงไม่ยอมให้เขาทำอะไรง่ายๆอีก จะขืนใจกันก็เหนื่อย ไม่คุ้มกันเลยด้วยกับความรู้สึกที่จะต้องเสียไป
"ง่ะ ก็ได้ คราวหลังอย่าเผลอนะ ไม่รอดแน่" ว่าแล้วก็ยอมปล่อยมือออกจากเอวเล็ก ฮีชอลหันมายักคิ้วแล้วส่งจูบให้ก่อนจะวิ่งเข้าห้องน้ำไปล็อคประตูและลงกลอนอย่างดี รู้ว่ามาเฟียหนุ่มคงตามมาโวยวายที่เล่นทิ้งระเบิดไว้แน่ๆ
และก็จริงๆ ฮันกยองส่งเสียงโอดครวญขอให้ฮีชอลเปิดประตูแต่ร่างเล็กกลับไม่สนใจ ตรงไปจัดการอาบน้ำชำระร่างกายตนเองใต้สายน้ำอุ่นจากฝักบัวสีเงิน
เวลาผ่านไปจนฮีชอลจัดการตัวเองเสร็จ ร่างเล็กเดินไปตรงโซนแต่งตัว แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าลืมขอเสื้อผ้ามา แถมในห้องน้ำนี่ก็ไม่มีอะไรให้ใส่เลยนอกจากชุดคลุมสีขาวขนนุ่มตัวเดิม
มือเล็กจัดการเลื่อนประตูกระจกสีขุ่นแล้วเปิดประตูไม้อีกชั้นที่ลงกลอนไว้ ก้าวเข้ามาในห้องนอนตามเดิม ไม่มีร่างของฮันกยองอยู่ให้เห็นเลย
คิ้วโก่งขมวดด้วยความงงก่อนจะเดินตรงไปที่ตู้เสื้อผ้าของชายหนุ่ม เปิดมันออกเพื่อหาอะไรใส่
สายตาคมมองเห็นแท่งกลมอะไรบางอย่างสีดำใต้กองเสื้อที่พับแยกชนิดไว้อย่างเป็นระเบียบ มือไวเปิดขึ้นดูอย่างสงสัย แต่แล้วก็เป็นแค่ปืนพกสีดำทั่วไปแบบที่ฮันกยองพกติดตัว มือเล็กหยิบมันขึ้นมาดูพลิกไปมาแล้วฮีชอลก็เก็บมันไว้ตามเดิม
เริ่มก้มลงค้นหาชุดลำลองสบายๆ กว่าจะหาเสื้อและกางเกงที่ถูกใจ ร่างบางกลับเจอปืนกระบอกใหญ่สามกระบอกถูกซ่อนไว้ตามที่ต่างๆในตู้ เริ่มเข้าใจความหมายที่เจย์บอกแล้วว่าฮันกยองน่ากลัวยังไง ถ้าเขาคิดจะฆ่าฮีชอล คงแค่เหนี่ยวไกยิงทิ้งได้สบายๆ
แต่ก็ดี อย่างน้อยเขาเองก็รู้ที่ซ่อนปืนอย่างน้อยหนึ่งที่ในห้องนี้แล้ว ถ้าเกิดมีอะไรขึ้นมาก็สามารถค้นขโมยมาใช้ได้สะดวก แต่เขาเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะใช้ปืนนี่ทำอะไรหรือเพื่อฆ่าใคร
ฮีชอลปิดประตูตู้เสื้อผ้าลงหันหลังกลับมาแล้วกก็แทบตกใจที่เห็นร่างสูงยืนมองเขาอยู่
"เฮ้ยฮัน! ตกใจหมดเลย" ร่างบางว่าแล้วถอนหายใจ
"นายก็รู้นี่ว่าชั้นไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับของของชั้น" เสียงทุ้มเอ่ยเรียบๆ ฮีชอลเริ่มหน้าเสีย แก้ตัวเล็กๆ
"เอ่อ..ขอโทษ ชั้นแค่จะหาเสื้อผ้าใส่" ว่าแล้วก้มหัวเล็กๆ กลัวชายหนุ่มจะตวาดใส่หรือว่าอะไร แต่แล้วที่เขาได้ยินเป็นเพียงแค่เสียงถอนหายใจจากร่างสูง
"เฮ้อ...คราวหลังก็บอกนะ เดี๋ยวจะจัดการให้ ไปแต่งตัวไป" พูดด้วยน้ำเสียงปกติแต่ฮีชอลเองยังกลัวฮันกยองโกรธ
"นายโกรธเหรอ? ชั้นไม่ได้ตั้งใจจะรื้อของนายนะ ก็แค่..เอ่อ..บังเอิญเจอ" ฮีชอลอธิบาย
"แล้วกุญแจหัวใจมังกรนั่นบังเอิญเจอด้วยหรือเปล่า" คำพูดฮันกยองเล่นเอาฮีชอลสะอึก สุดท้ายชายหนุ่มก็ย้อนกลับมาเรื่องเดิมจนได้
"..เออะ..เอ่อ.." ฮีชอลถึงกับตะกุกตะกัก ไม่รู้จะตอบยังไง
"ช่างมันเถอะ ชั้นไม่ได้โกรธนายหรอก ไปแต่งตัวเถอะ ชั้นจะได้อาบน้ำ" ฮันกยองว่าแล้วเดินกลับไปนั่งที่โซฟาสีแดงอีกฝากของห้อง แล้วเปิดแล็ปท็อปเครื่องเดิมของตนลงมือทำงานที่คั่งค้างอยู่ระหว่างรอฮีชอล
ไม่ใช่ว่าเขาตั้งใจจะทำลายบรรยากาศดีๆ ไม่ใช่ว่าเข้าตั้งใจจะพูดจาประชดฮีชอล ไม่ใช่ว่าเขาตั้งใจจะโกรธฮีชอล แต่เมื่อเห็นท่าทางของคนตัวเล็กแล้วมันดันนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นจนได้ รู้สึกหงุดหงิดมากมายแต่ก็พยายามเก็บอารมณ์ไว้ไม่ให้โมโห
ฮีชอลเดินกลับออกมาในชุดเสื้อคอวีสีครีมกับกางเกงผ้าฝ้ายสีน้ำตาลอ่อนมองเห็นร่างสูงกำลังพิมพ์อะไรอยู่ที่โซฟาข้างกระจกใส มือหนาจับแก้วกาแฟเซรามิคสีขาวขึ้นจิบ ขมวดคิ้วหนาด้วยความงงหลังอ่านอะไรบนหน้าจอสี่เหลี่ยม
ร่างบางตัดสินใจเดินเข้าไปหาเงียบๆ ทั้งๆที่คิดว่าฮันกยองน่าจะยังโกรธเขาอยู่ คนที่คิดจะมาอ้อนทิ้งตัวลงที่ปลายโซฟาเบาๆ น้ำหนักที่นั่งที่ยวบลงไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มหันมาสนใจร่างเล็ก
ฮีชอลเบ้ปากเซ็งๆ ท่าทางฮันกยองจะโกรธอยู่จริงๆด้วย ไม่ยอมหันมาพูดหรือถามอะไรเลย
ร่างสวยค่อยๆเคลื่อนเข้าใกล้ไปเรื่อยๆจนในที่สุดก็นั่งอยู่ติดกับร่างสูง ฮันกยองหันมามองหน้าหวานที่ยิ้มให้ เห็นแค่นั้นความรู้สึกที่พยายามจะไม่โกรธก็มลายหายไปในพริบตา
ฮีชอลสอดแขนเรียวเข้าคล้องกับแขนหนากระแซะตัวเข้าแนบชิดกว่าเดิม เอาหัวพิงไหล่กว้างแล้วทำเป็นมองคอมพิวเตอร์ส่วนตัวของฮันกยอง ปากบางถามด้วยความสงสัย
"ทำอะไรอยู่เหรอ" ฮันกยองค่อยๆจัดการปิดงานของตัวเองลง กดชัตดาวน์คอมพิวเตอร์แล้วหันมาบอก
"ทำงานน่ะ" มือหนาปิดหน้าจอพับลงเลื่อนมันออกไปไกลๆแล้วหันมาถามคนตัวเล็กที่ยังเกาะแขนเขาแน่น
"แล้วนี่จะเอาอะไรหึ? ทำหน้าทำตาแบบนี้น่ะ" ฮีชอลยู่หน้าถอนแขนเล็กที่รัดอยู่ออก
"เปล่าซะหน่อย แค่จะมาดูว่าทำอะไรอยู่" จริงๆแล้วอยากจะบอกว่า แค่อยากจะรู้ว่านายโกรธชั้นอยู่หรือเปล่าต่างหาก
"ไม่ไปอาบน้ำเหรอ" เสียงหวานรีบเปลี่ยนเรื่องมองใบหน้าหล่อด้วยสายตากลมโตที่ดูสดใส
"อื้อ นี่จะไปแล้ว" บอกจะไปเองแต่ก็ยังไม่ลุก กำลังชั่งใจว่าควรจะดึงคนตัวเล็กเข้ามากอดสักนิดดีไหม
"เร็วๆนะ เดี๋ยวจะเช็ดผมให้ ^^" ฮีชอลบอกเสียงหวานแล้วยิ้ม ตอนนี้ไม่ต้องชั่งใจอะไรแล้ว ฮันกยองเกี่ยวเอวบางเข้ามากอดแน่นแล้วหอมแก้มเป็นรางวัล
"ทำตัวน่ารักแบบนี้กะจะเอาให้ชั้นอยู่กับนายคนเดียวเลยใช่มั้ย" ถามแล้วกดจมูกโด่งลงสูดดมกลิ่นกายของฮีชอลที่เป็นกลิ่นเดียวกับเขาเพราะคนตัวเล็กใช้สบู่ชนิดเดียวกัน
"ฮื่อ..เปล่าซะหน่อย ก็แค่อยากทำอะไรให้นี่นา" ปฏิเสธแต่ไม่ได้ผลักไสสัมผัสนั้น ฮีชอลเริ่มรู้ตัวเองแล้วว่าเขายอมให้ฮันกยองขนาดไหน แทบจะไม่สนใจแล้วว่าตนเป็นใครหรือมีหน้าที่อะไรหรือแม้แต่อยู่กับชายหนุ่มในฐานะอะไร
ตอนนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ต่อให้เขาอาจจะต้องเป็นคนฆ่าฮันกยองเอง เขาก็คงจะไม่เสียใจที่อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต เขาและฮันกยองได้ใช้เวลาที่มีเพียงน้อยนิดด้วยกัน ได้รักและสัมผัสกันโดยไม่ต้องกล่าวเป็นคำที่เลิศหรูใดๆ
หากจะต้องเป็นเขาเองที่เจ็บปวด...ฮีชอลเองก็ยอม..ขอเพียงตอนนี้เขาได้มีความสุขสักครั้ง...
ร่างสูงอยากจะเอ่ยความในใจกับคนที่กอดอยู่มากขนาดไหน แต่ทิฐิของการเป็นมังกรมันก็ห้ามเขาเอาไว้ ขยับปากจะพูดแต่กลับไม่มีเสียงเปร่งออกมา ได้แต่แสดงออกทุกอย่างผ่านการกระทำ
ทั้งๆที่รู้ว่าแค่พูดออกมามันไม่ได้ยากอะไรเลย เพียงแค่เขาทำไม่ได้เท่านั้นเอง..
"ไปถูหลังให้หน่อยสิ" ลองเป็นคนอ้อนมั่ง คนตัวเล็กที่คิดจะมาตามใจร่างสูงได้แต่เม้มปากคิดว่าจะตกลงดีมั้ย
"จะให้อาบให้เหรอ?" หันไปถามอย่างใสซื่อ เล่นเอาฮันกยองหัวเราะออกมาเพราะทนความน่ารักของฮีชอลไม่ไหว
"จะยอมอาบให้มั้ยล่ะ?" ร่างสูงยังคงถามรุกต่อ
"อะ..อา เอ่อ..แล้วแต่สิ" ตัดสินใจไม่ได้เลยโบ้ยไปให้ฮันกยองซะงั้น แบบนี้ก็เข้าทางคนชอบฉวยโอกาสน่ะสิ
"ดี งั้นก็ตกลงนะ ^^ " ใบหน้าหล่อยิ้มดีใจ ฮีชอลเริ่มรู้สึกว่าเขาตัดสินใจผิดจริงๆด้วย
"เอ่อ ฮันกยองชั้นว่า..ไม่ดีกว่ามั้ง" ฮีชอลว่าทำสีหน้าลำบากใจ แต่มีหรือคนที่เอาแต่ใจจะยอม
"อ้าว ได้ไงล่ะ พูดเองแล้วนี่นา จะเป็นมาเฟียห้ามผิดคำพูดนะ" ฮันกยองใช้นิ้วเรียวหยิกจมูกรั้นเล็กๆ
"ชั้นยังไม่ได้เป็นซะหน่อยเอ้อ พี่ชั้นเป็นต่างหาก" หาทางแก้ตัวแต่ก็ยังโดนชายหนุ่มไล่ต้อน
"น่ะ นายเป็นน้องชายของมาเฟีย เป็นเมียมาเฟียด้วย ดังนั้นห้ามคืนคำ!" ฮันกยองว่าแล้วหัวเราะที่ไล่ต้อนเอาจนฮีชอลพูดไม่ออก กำลังอ้าปากจะเถียงแต่เสียงมือถือของ ฮันกยองที่วางไว้ใกล้ๆคอมพิวเตอร์กลับดังขึ้น
มือหนาคว้าโทรศัพท์เครื่องบางขึ้นมาดูชื่อคนที่โทรมาแล้วเปลี่ยนสีหน้าเป็นเคร่งขรึม ชายหนุ่มหันโทรศัพท์ให้ฮีชอลดูชื่อและเบอร์โทรศัพท์คนที่โทรมาเล่นเอาร่างบางตาโต
"เจย์..." ฮีชอลพึมพำเบาๆมองหน้าฮันกยองนิ่ง ร่างสูงดีดฝาพับขึ้นแนบโทรศัพท์สีดำเข้ากับหูแล้วเอ่ยน้ำเสียงห้วนๆ
"มีอะไร" คนอีกฝากหัวเราะทันทีที่ได้ยินเสียงของฮันกยอง เจย์กระตุกยิ้มเหี้ยมแล้วเอ่ย
"ก็คิดจะโทรมาทักทาย ต่อรองอะไรกับนายนิดหน่อย" ทำพูดใจเย็นหากแต่มังกรหนุ่มไม่ได้เป็นอย่างนั้นด้วย ฮันกยองกระชากเสียงถาม
"แกมีอะไรจะพูดว่ามา คิดจะต่อรองอะไรของแกอีก ตอนนี้แกไม่มีอะไรที่คิดจะต่อรองเอา ‘ดอกเหมยแดง’ กับชั้นได้หรอกนะ"
"นั่นสินะ ตอนนี้ชั้นไม่มีอะไรจะต่อรองกับนาย แต่ในอนาคตไม่แน่นะ.." ทิ้งให้สงสัยแล้วพูดต่อ
"ฮีชอลของชั้นเป็นยังไงบ้างล่ะ เขาทำให้นายพอใจหรือเปล่า ฮ่าๆ" เสียงหัวเราะน่าขยะแขยงของเจย์เล่นเอาฮันกยองอยากจะส่งลูกปืนผ่านโทรศัพท์ ร่างสูงโมโหขึ้นมาตะโกนกลับไป
"เขาไม่ใช่ของนาย แต่เป็นของชั้นต่างหาก...ส่วนเรื่องของกู มึงอย่ามาเสือก" ยิ่งฮันกยองเดือด เจย์ก็ยิ่งหัวเราะ เล่นเอามาเฟียหนุ่มแทบจะประสาท
"ฮ่าๆ เอาเถอะๆ ไม่เป็นไร ของแบบนี้แบ่งกันใช้ได้ ฝากไว้ก่อนนะฮีชอลน่ะ ไว้วันไหนชั้นคิดว่านายน่าจะเบื่อเขาแล้วชั้นจะไปเอาคืนมาละกัน" เสียงน่ารำคาญนั่นเน้นคำว่า ‘ไปเอาคืน’ หนักกว่าคำอื่นๆเล่นเอาฮันกยองกำหมัดแน่นด้วยอารมณ์โมโห
"ขอคุยกับที่รักชั้นหน่อยสิ" เจย์ยังไม่เลิกกวนโมโห เพราะรู้ว่าหากทำอะไร ฮันกยองไม่ได้ แค่ได้ทำฮันกยองเต้นผางก็มีความสุขแล้ว
"ใคร ใครที่รักของมึง" ใบหน้าหล่อตอนนี้ดูบูดเบี้ยวด้วยความโกรธ ฮีชอลเองมองคนตรงหน้าแล้วรู้สึกร้อนๆหนาวๆยังไงชอบกล กลัวจะโดนลูกหลงเข้าให้จากคราวนี้
"แหมๆ พูดจาไม่เข้าหูไม่ได้เลยนะ ไม่เคยเปลี่ยนเลยนะนาย งั้นชั้นขอคุยกับฮีชอลหน่อยละกัน" เจย์ว่า
"มึงมีธุระอะไร คุยผ่านกูก็ได้" ฮันกยองไม่คิดจะพูดดีๆกับศัตรูที่น่ารังเกียจ
"ธุระส่วนตัวของชั้นกับฮีชอลน่ะสิถามได้ ไม่ชอบให้ชาวบ้านเสือกเรื่องตัวเองไม่ใช่เหรอ ชั้นก็เหมือนกันแหละน่า"
"กูไม่ให้คุย!" ฮันกยองตะคอก ฮีชอลแตะแขนของร่างสูงเบาๆพึมพำเรียก
"ฮัน.." ดวงตาคมของมังกรปลายตามองเล็กๆ ฮีชอลไม่เห็นอะไรจากตาคู่นั้นนอกจากเปลวไฟเพราะอารมณ์โกรธ
"จะหวงอะไรกันนักกันหนาน้าฮันกยอง ก็แค่พี่ชายที่แสนดีอยากจะคุยกับน้องชายที่แสนจะน่ารักเท่านั้น ไปพรากเขามาจากอกชั้นแล้วยังจะใจร้ายไม่ให้คุยกันหน่อยเรอะ" คำพูดยียวนของเจย์เล่นเอาฮันกยองชักอยากจะตามไปกระทืบถึงรัง
"ฮันกยอง..ให้ชั้นคุยกับเขาเถอะ" ฮีชอลบอกเบาๆ เพราะไม่อยากให้ชายหนุ่มโมโหไปมากกว่านี้ เพราะยิ่งฮันกยองไม่ยอมเจย์ก็จะยิ่งยั่วโมโห เขารู้จักคนอย่างเจย์ดี
แต่มาเฟียหนุ่มไม่ได้คิดอย่างนั้น เขามองหน้าฮีชอลด้วยสายตาว่างเปล่า รู้สึกเหมือนตัวเองโดนหลอกอีกครั้ง แค่ได้ยินเจย์โทรมาฮีชอลก็แทบอยากจะคุยกับมันจนทนไม่ไหว
โว้ย!!! ทำไมมีแต่คนทำให้โมโห!
"ชั้นจัดการเขาเอง ส่งมาเถอะ" พูดเบาๆพยายามไม่ให้เสียงเล็ดรอดเข้าไปในโทรศัพท์ ร่างสูงกระชากโทรศัพท์เครื่องเล็กจากหูของตน กดเปิดลำโพงแล้วยื่นให้ฮีชอล อย่างน้อยเขาก็กสนฟังทุกอย่างที่เจย์จะคุยกับฮีชอลชัดๆ
ร่างบางรับมาแล้วกรอกเสียงผ่านโทรศัพท์ไป
"เจย์...ชั้นเองนะ" ฮีชอลเสียงสั่น ไม่ใช่เพราะตื้นตันที่ได้คุยกับเจย์แต่เป็นเพราะกลัวสายตามังกรของฮันกยองที่จับจ้องอยู่ไม่วางตา ไม่รู้ว่าวางโทรศัพท์เสร็จจะโดนหางเลขอะไรบ้าง
"อ้าว ไอ้บ้านั่นมันยอมให้คุยแล้วเหรอ เหอะๆ" เจย์แค่นหัวเราะแล้วพูดต่อ
"เป็นไงบ้าง"
"ก็สบายดีครับ" ฮีชอลมักจะพูดเพราะกับเจย์และโรสเสมอ เล่นเอาคนที่แอบฟังอยู่ชักสีหน้าอย่างขัดใจ
"มันทรมานอะไรนายอีกหรือเปล่า" เจย์ถามด้วยความเป็นห่วง แม้จริงๆแล้วจะเป็นสิ่งที่โรสสั่งให้เขาถาม
"เปล่า.." ตอบแล้วก็แอบมองตาฮันกยองก่อนจะหลุบลง ไม่กล้ามองหน้าชายหนุ่ม กลัวจริงๆ
"ผมไม่เป็นไรนะฮะ ไม่ต้องเป็นห่วง" ฮีชอลพยายามพูดไม่ให้เจย์หาเรื่องพูดอะไรที่จะทำให้มังกรหนุ่มโกรธ
"ก็ดี เอาเถอะวันนี้ชั้นแค่โทรมายั่วโมโหคนเล่น นายสบายดีก็ดีแล้ว ชั้นกับโรสคิดถึงนายจริงๆ" เจย์ว่า
"แต่...เตรียมตัวละกัน อีกไม่นานนายจะได้กลับมาอยู่อย่างมีความสุขกับเรา แล้วลืมไอ้ชั่วนั่นซะ!" จงใจเน้นคำเสียงดัง พร้อมกับที่ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นสบตาฮันกยอง ใบหน้าหล่อเรียบเฉยเพราะเขาเองก็อยากรู้ปฏิกิริยาของฮีชอล
"คะ..ครับ.."ฮีชอลรับคำ เล่นเอาฮันกยองปัดที่เขี่ยบุหรี่ลงกับพื้นลงด้วยความโกรธ
"อ้อ ฝากบอกไอ้มังกรบ้าเลือดที่กำลังแอบฟังชั้นคุยกับนายด้วยนะว่า อีกไม่นานชั้นจะเอาของทุกอย่างของมันมาให้หมด รวมทั้งนายและ ‘ดอกเหมยแดง’ แล้วเจอกัน ฮันกยอง!" เจย์บอกเพราะรู้อยู่แล้วว่าอย่างฮันกยองคงไม่มีทางยอมให้ฮีชอลคุยกับเขา ชายหนุ่มกดตัดสายแล้วได้แต่นั่งหัวเราะสะใจคนเดียว นั่งนึกสภาพของมังกรดำที่คงกำลังคลั่งเพราะคำพูดของเขา
สัญญาณโทรศัพท์ที่โดนตัดสายไปดังขึ้นฮีชอลจึงส่งมันคืนให้แก่ฮันกยอง มือหนาคว้ามันมาอย่างรวดเร็วแล้วโยนไปบนโต๊ะ พิงโซฟาด้วยอารมณ์โมโห พาลไม่อยากให้เห็นหน้าฮีชอลขึ้นมา
"ฮันกยอง.." ฮีชอลพึมพำเรียกชื่อ ไม่ค่อยกล้าทำอะไรมาก เพิ่งรู้สึกถึงรังสีอำมหิตจากตัวชายหนุ่มก็เวลาที่เขาเงียบแต่ใบหน้ากลับโกรธมากมายแบบนี้แหละ มันให้ความรู้สึกกลัวต่างกันมากมายกับเวลาที่ชายหนุ่มลุกขึ้นมาอาละวาดหรือทำอะไร
ร่างสูงหันมามองหน้าฮีชอล ปากเขาไม่พูดแต่สายตาเขาบอกว่าไม่พอใจกับคำพูดของเจย์มากขนาดไหน
"สมใจนายแล้วสินะ" เขาว่าแล้วแค่นหัวเราะ มองไปทางอื่น
"อีกไม่นานก็คงจะหนีชั้นกลับไปกับมันใช่มั้ยล่ะ" เขาว่าต่อ พูดออกไปทั้งๆที่ใจก็เจ็บเองที่รู้ว่าร่างบางอยากจะไปจากเขา
"..ฮัน..ปะ..เปล่าซักหน่อย" ตอบเบาๆแล้วก้มหน้าลง รู้สึกเหมือนโดนฮันกยองผลักไสยังไงยังงั้น
"เหอะ ถึงชั้นจะขังนายไว้ แต่ยังไงในเมื่อใจนายมันอยากจะไป ยังไงนายก็ทิ้งชั้นไปอยู่ดี" พูดเองก็ยิ่งเจ็บเอง ทำไมถึงได้รู้สึกหงุดหงิดขนาดนี้
"ฮันกยอง..." มือเล็กยื่นออกไปจับแขนของร่างสูง เลื่อนตัวเข้ามาใกล้แล้วตัดสินใจพูด เขาตัดสินใจเองแล้ว ชีวิตเขาเป็นของเขา ไม่ใช่ของใคร แต่มันอยู่ที่ว่าเขาคิดจะมอบมันให้ใครต่างหาก
"ชั้นจะไปไหนได้...ในเมื่อชั้นเป็นของนายแล้ว..ไม่ใช่เหรอ" พูดเบาๆด้วยน้ำเสียงเศร้าๆที่ฟังดูน้อยใจ เล่นเอาคนฟังถึงกับสะอึก หันไปมองหน้าคนตัวเล็กที่ก้มหน้านิ่ง แขนเรียวสองข้างช้อนเข้ากอดคนตัวเล็กเหมือนกลัวว่าฮีชอลจะหายไปไหน
ร่างบางกอดตอบเขาแน่น ต่างคนต่างรู้ว่าอยากจะอยู่ด้วยกันทั้งคู่ แม้จะต้องมีคนพยายามจะแยกพวกเขาออกจากกันขนาดไหน
"ครับคนดี..ฮีชอลเป็นของผมนะ อยู่กับผมนะคนดี อย่าทิ้งผมไปนะ ยังไงก็ไม่ยอมปล่อยไปหรอก" ลูบหัวร่างเล็กอย่างเบามือเพราะอยากจะทะนุถนอม พูดด้วยเสียงที่ลื่นหูที่ไม่ว่าใครฟังก็ต้องยอมยกใจให้เขา เสียงนุ่มๆของฮันกยองมันชวนเคลิบเคลิ้มมากมาย
"ถ้านายไม่อยากให้ชั้นไป ชั้นก็จะไม่ไป.." ฮีชอลพึมพำ ตอนนี้เขาตัดสินใจแล้วเขาขอมอบทุกอย่างของเขาให้กับคนที่กอดเขาอยู่ เรื่องที่ผ่านมาช่างมันและเรื่องที่จะเกิดขึ้นก็ขอไม่รับรู้ เขาจะยอมเป็นของฮันกยองคนเดียว...แค่คนเดียวเท่านั้น...เขารักชายหนุ่มไปแล้วหมดหัวใจใช่มั้ย?
"ขอโทษนะ.." ร่างสูงพึมพำ คำว่าขอโทษคำแรกที่ฮีชอลได้ยินจากปากของ ฮันกยองเล่นเอาคนตัวเล็กแทบจะร้องไห้ออกมาทันที ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แค่รู้สึกเหมือนแผลในใจของตนมันค่อยๆเริ่มเยียวยา
"ขอโทษ..ขอโทษ..สำหรับทุกอย่างที่ทำไป.." ฮันกยองยังคงพูดไปเรื่อยๆ เขารู้ว่ามันอาจจะไม่ใช่ความผิดของเขาที่โมโหร้ายใส่ฮีชอลไป ทั้งใช้กำลัง ด่าทอ ขืนใจร่างเล็กทรมานจนฮีชอลสะบักสะบอมไปหมด แต่ที่เขาทำไปก็เพราะโมโหที่ฮีชอลหลอกเขา ที่ฮีชอลไม่ยอมบอกเขา ที่ฮีชอลทำเหมือนเกลียดเขามากเหลือเกิน
"อือ.." ฮีชอลตอบรับเบาๆทั้งน้ำตาที่ไหลรินด้วยความรู้สึกอุ่นใจ ตอนนี้เขาขอเป็นคนทรยศอีกครั้ง เขาขอทรยศเจย์เพื่อฮันกยอง..เพื่อคนที่เขารัก..แค่นั้นพอ
"เรามาเริ่มต้นจากศูนย์กันใหม่ดีมั้ย" ฮันกยองว่าหลังจากละอ้อมกอดออกแต่ยังคงกอบกุมรอบเอวเล็ก
"ตกลง.." ฮีชอลว่าแล้วหลับตาลงพร้อมกับริมฝีปากหยักที่ทาบทับลงมาเพื่อเป็นคำสัญญาว่าพวกเขาจะขอเริ่มใหม่ ไม่ว่าอะไรก็จะไม่ยอมให้พรากจากกันและกัน
กลีบปากนุ่มซึมซับรสจูบแสนหวานนี้ไม่รู้เบื่อ ตอบสนองลิ้นชื้นที่ช่วงชิมรสสัมผัสในปากของฮีชอล
ถ้าคนเราหยุดเวลาไว้ได้..ก็คงดี...
ซึ่งวันนั้น..มันจะไม่มีวันเกิดขึ้น...