posted on 23 Feb 2011 18:02 by zarmintz
My strenght is granted through you.
All my life, just only you will do.
Is that a bond between us?
You are the one that have to judge.
ฮีชอล เดินเข้าไปที่ห้องนั่งเล่นของคฤหาสน์แล้วหยิบหนังสือพิมพ์ที่วางอยู่บนโต๊ะ ขึ้นมาอ่าน จริงๆแล้วในหัวเขากำลังคิดว่าคนรักของเขาจะกลับมาเมื่อไหร่ ร่างบางนั้นยอมแขวนท้องตัวเองรอทานข้าวกับฮันกยองหลังจากได้รับโทรศัพท์จาก ชายหนุ่มขณะกำลังจะจับเครื่องกลับโซลจากเซี่ยงไฮ้ว่าจะกลับมาทานเข้าด้วยกัน
ร่าง บางมองนาฬิกาเรือนใหญ่ที่ตั้งอยู่ก่อนจะถอนหายใจเล็กน้อยแล้วอ่านหนังสือ พิมพ์ในมือ พยายามไม่คิดอะไรทั้งๆที่มันเลยเวลาที่ฮันกยองบอกว่าจะมาถึงบ้านถึงสอง ชั่วโมง แม้ว่าจะหิวแค่ไหน แต่ในใจฮีชอลนั้นเป็นห่วงฮันกยองมากกว่า ทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่มีอะไรให้น่าเป็นห่วงแต่มันก็อดไม่ได้ เขาไม่ค่อยชอบอยู่ห่างจากฮันกยองเท่าไหร่เลย แล้วอาทิตย์หน้าชายหนุ่มจะต้องไปปารีสเกือบอาทิตย์ เขาจะทนไหวไหมหนอ...ถ้าหากไม่ใช่เพราะว่าเขาอยากจะพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคน เห็นว่าเขาสามารถแยกเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานออกได้แล้วล่ะก็ ฮีชอลคงยอมตามฮันกยองไปปารีสด้วยแล้ว แต่เพราะงานที่ล้นมือและประชุมใหญ่ของบริษัทคิบอมที่เขาเองตกปากรับคำจะเข้า ร่วมที่ทำให้เขาจะต้องอยู่เกาหลีโดยปราศจากฮันกยอง
ร่างบางปิด หนังสือพิมพ์แล้ววางมันลงบนโต๊ะแก้ว ฮีชอลเม้มปากตัวเองเล็กๆแล้วนึกถึงเรื่องที่จะต้องทำในอาทิตย์หน้าอีกครั้ง เหตุผลหนึ่งที่เขาไปปารีสกับฮันกยองด้วยไม่ได้คือเรื่องจดหมายปริศนานั่น เขาจะต้องรู้ให้ได้ว่าใครเป็นคนส่งมา และจะต้องรู้ให้ได้ว่าใครเป็นตัวต้นคิดเรื่องบ้าๆนี่ แหมว่าในใจฮีชอลเองจะกลัวเหลือเกินว่ามันอาจจะเป็นต้นเหตุความยุ่งยากใน อนาคตที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นไร แต่ลางสังหรณ์มันบอกเขาว่าเรื่องนี้มันจะไม่จบลงง่ายๆแน่นอน
"คนสวย นั่งเหม่ออะไรอยู่ครับ" น้ำเสียงนุ่มๆกระซิบถามที่ข้างใบหูของคนที่ตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตน ฮีชอลสะดุ้งขยับตัวจากเก้าอี้แต่รู้สึกได้ถึงอ้อมแขนแกร่งที่โอบรอบเอวเขา ไว้จากข้างหลังผ่านพนักพิงของเจ้าของน้ำเสียงนั้น
"โธ่ ฮันกยอง..ตกใจหมดเลยอ่ะ มาไม่ให้สุ้มให้เสียง" ฮีชอลหันไปทำหน้ายู่ใส่แล้วทำเป็นเมินหนี ใบหน้าหล่อหัวเราะเล็กๆก่อนจะฉวยโอกาสหอมแก้มนิ่มแล้วลุกขึ้นไปนั่งที่โซฟา ข้างๆกัน
"มัวแต่ใจลอยไปไหนล่ะ สามีกลับมาบ้านแล้วไม่เห็นจะต้อนรับเลยล่ะ" ร่างสูงทำเป็นพูดด้วยท่าทีงอนๆบ้างเล่นเอาคนถูกแกล้งได้แต่ทำท่าฮึดฮัดเพราะ ไม่รู้จะโต้ตอบอย่างไรดี ฮันกยองปรายตามองปฏิกิรยาของคนตัวเล็กนิดๆเพื่อรอดูว่าฮีชอลจะทำเช่นไร
"อะไร กัน ไอ้บ้าไหนมันบอกว่าจะกลับบ้านตั้งแต่สองชั่วโมงที่แล้วล่ะ อยู่ดีๆก็โผล่มาแล้วยังจะทำเหมือนชั้นผิดอีกที่ไม่ยอมรอต้อนรับนายน่ะห๊ะ" กลายเป็นคนว่าคนสวยกลับวีนลั่นจากท่าทีของมังกรหนุ่ม ฮันกยองกลั้นยิ้มแล้วทำนิ่งเล่นเอาฮีชอลรู้สึกโมโหหนักเข้าไปอีก แต่อย่างไรก็ตามความรู้สึกข้างในมันก็ทำให้ร่างบางพาตัวเองไปนั่งแหมะอยู่ ข้างๆคนรักตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบได้
"ทำหน้าแบบนี้หมายความว่าไง เนี่ย!" ฮีชอลโวยแล้วดึงไหล่ชายหนุ่มให้หันกลับมามองหน้าเขาตรงๆ แต่ร่างบางกลับพลาดท่าเสียทีดวงตาคมสีนิลคู่นั้นเอาเสียแล้ว
ร่างสูงจ้อง ลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของร่างบางที่นั่งอยู่ชิดเขา แขนยาวตวัดรัดร่างบางเข้ามาแนบอกก่อนจะก้มลงประทับจูบหวานแทนคำต้อนรับกลับ บ้านของคนตัวเล็กแทนเพื่อเป็นออเดิร์ฟก่อนอาหารมื้อหลักวันนี้
ฮีชอล ตกใจกับการจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัวของฮันกยอง แต่เขาก็ทำได้แค่เพียงโอนอ่อนไปตามอารมณ์และความรู้สึกของตัวเองและชายหนุ่ม ยามที่ลิ้นทั้งสองเกี่ยวหวัดซึมซาบรสชาติหอมหวานของกันและกัน ร่างบางหลับตาพร้อมปล่อยให้ชายหนุ่มปล้นจูบต่อไปทั้งๆที่อ่อนระทวยอยู่ในอก แกร่งนั้น
"อือ..อา..ฮัน.." ฮีชอลครางเบาๆเมื่อชายหนุ่มถอนริมฝีปากตนอออกก่อนจะมอบจูบหวานซ้ำสอง มือเรียวที่ขย้ำเสื้อเชิร์ตชายหนุ่มไว้เปลี่ยนเป็นไล้ไปตามแขนที่มัดกล้าม ก่อนจะโอบรอบคอฮันกยองพร้อมทั้งจูบสู้ร่างสูง
"อา..มันต้องแบบนี้สิ ถึงจะชื่นใจหน่อย" ร่างสูงพูดยิ้มๆหลังจากถอนริมฝีปากตนออกจากเรียวปากสีสด ฮีชอลก้มหน้างุดเพราะรู้สึกเขินกับสายตานั้น แม้ว่าพวกเขามักจะเผลอตัวโชว์ฉากรักในที่สาธารณะบ่อยๆ แต่ฮีชอลก็ยังไม่ชินอยู่ดีเวลาที่ทำอะไรต่อมิอะไรกับฮันกยองในที่แบบนี้ เพราะเขารู้ดีว่าต้องมีลูกน้องคนหรือสองคนของชายหนุ่มอยู่รอบๆเพื่อคอยเฝ้า ดูความเรียบร้อยและแจ็กพ็อตได้ดูหนังสดตลอดเวลาที่ฮันกยองหาเศษหาเลยกับเขา ในที่ที่ไม่ใช่ที่ส่วนตัวแบบนี้
"ฮันบ้า..ทำอะไรเนี่ย ไปทานข้าวได้แล้ว หิวจะตายอยู่แล้วนะ" ฮีชอลเสมองไปทางอื่นพลางเปลี่ยนเรื่องพูด แต่ร่างกายกลับไม่มีแรงจะลุกขึ้นจากตัวชายหนุ่มเลยเนี่ยสิ
"จ้าๆ รู้แล้วว่าหิว ชั้นก็หิวเหมือนกัน ไปทานข้าวก่อนดีกว่า ไว้ของหวานค่อยไปทานบนห้องดีกว่าเนอะ" ฮันกยองทำเป็นพูดนิ่งๆไม่รู้ไม่ชี้ แต่คนที่ถูกพาดพิงถึงเนี่ยสิ หน้าแดงเป็นลูกตำลึงไปแล้ว
"คนบ้า" ฮีชอลฟาดหนักๆเข้าที่อกของชายหนุ่มก่อนจะผละออกจากตัวฮันกยองแล้วเดินนำออก ไปที่ห้องอาหารก่อนด้วยความเขิน ทิ้งให้มังกรหนุ่มนั่งหัวเราะคนเดียวเพราะชอบใจกับท่าทีของคนตัวเล็ก
ร่างสูงลุกขึ้นจากโซฟาหนังบ้างแต่ก่อนที่จะทันก้าวไปตามคนรักไปเสียงน้องชายคนเล็กก็ดังขึ้น
"อ้าว พี่กลับมาแล้วเหรอครับ คิดว่าจะอยู่เซี่ยงไฮ้ต่อเสียอีก" คิบอมทำเป็นแหย่หน้าตาย เพราะรู้ดีว่าให้ตายฮันกยองก็ไม่ยอมค้างอยู่ที่จีนหรอก เพราะการค้างคืนหนึ่งคืนมันจะทำให้มีวันที่สองและสามตามมาแน่ๆเพราะลุงของ พวกเขาชอบให้หลานๆใช้เวลาด้วยกันที่ประเทศจีนมากๆ และนั่นทำให้ฮันกยองเบื่อสุดๆเพราะเขาอยากจะกลับมาดูแลงานที่เกาหลีมากกว่า
"แกก็ไปเองสิวะ คุณลุงคงจะดีใจ เผลอๆยกสมบัติให้แกหมดเลยด้วย" ฮันกยองตอบกลับไปอย่างกวนๆ แต่คิบอมกลับกระตุกยิ้มแล้วเอ่ย
"แหม สมบัติท่วมหัวตายแบบนั้นแต่ต้องเป็นโสดเนี่ยนะ ผมไม่เอาด้วยหรอก" พี่ใหญ่ขมวดคิ้วมองหน้าน้องชายตัวเองงงๆ และคิบอมเองก็สังเกตเห็นเช่นเดียวกันจึงเอ่ยเรียบๆ
"พี่ลืมกฏข้อแรกๆของมังกรดำไปแล้วเหรอ...มังกรที่ยิ่งใหญ่บนผืนนภา คือราชาที่ปราศจากองค์ราชินี.."
ฮันกยองนิ่งไปนิดก่อนจะเอ่ยเสียงหนักแน่นว่า
"ถึง ชั้นจะเป็นมังกร แต่ความยิ่งใหญ่ของชั้นมันไม่ได้วัดกันด้วยเรื่องนั้นหรอกนะ ถ้ามันยากนัก ชั้นพอใจที่จะอยู่บนผืนแผ่นดิน ไม่จำเป็นต้องมีอิทธิฤทธิ์ใดๆเพื่อจะโบยบินบนท้องฟ้าหรอก ถ้านั่นจะทำให้ชั้นต้องสูญเสียความเป็นคนที่รู้จักความรักไป.."
ร่าง สูงหันหลังแล้วเดินไปยังห้องอาหารที่ฮีชอลกำลังรออยู่ โดยไม่อยู่รอคำพูดโต้ตอบใดๆจากน้องชาย เพราะฮันกยองรู้ดีว่าคิบอมเข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร
ร่างสูง ที่มีเพียงผ้าขนหนูผืนใหญ่พันกายช่วงล้างเอาไว้เดินออกมาจากห้องน้ำหรู ร่างกายสมส่วนและเต็มไปด้วยมัดกล้ามมีหยาดน้ำเกาะแพรวพราวพร้อมผมสีดำที่ลู่ ปิดใบหน้าหล่อทำให้ฮันกยองดูเด็กลงกว่าเดิม ชายหนุ่มเดินตรงไปยังร่างสวยอันเป็นที่รักในชุดคลุมอาบน้ำสีขาวสว่าง ฮีชอลกำลังจัดชุดนอนให้เขาอยู่ที่ปลายเตียงนอน แต่ในหัวฮันกยองน่ะรู้ดีว่า คืนนี้ไม่ต้องใส่มันหรอก ชุดนอนอะไรนั่นน่ะ
ชายหนุ่มเดินตรงเข้าไปสวมกอดคนรักจากด้านหลังแล้วซุกปลายจมูกโด่งลงที่ซอกคอขาวแล้วหอมแรงๆเพื่อแกล้งคนในอ้อมกอด
"ตาบ้า! ทำอะไรเนี่ย มาแต่งตัวเร็วเข้า" ฮีชอลหันมาแหวใส่ แต่ใบหน้าสวยกลับอมยิ้มไม่หยุด ซ้ำยังกอดแขนหนาที่โอบรอบเอวตนเองไว้อีกด้วย
"ก็ของหวานมันหอม เลยขอดมกลิ่นก่อนไง แหมน่ากิ๊นน่ากิน" ชายหนุ่มพูดแหย่ๆ แต่คนถูกพาดพิงกลับไม่ขำด้วยเสียนี่
"อะไร ของนาย ปล่อยเลย เมื่อกี๊ก็ป้อนข้าวให้ตั้งเยอะแล้ว ทำตัวเหมือนเด็กไปได้ กินเองก็ไม่ยอมกินต้องให้คนอื่นป้อน นี่จะมากินของหวานอะไรอีก ไปนอนได้แล้ว" ฮีชอลร่ายยาวใส่เหมือนแม่ไม่มีผิด แต่มีหรือฮันกยองจะยอมปล่อยให้คนรักหลุดมือไปง่ายๆในคืนนี้
"ไม่เอา อ่า ฮีชอลอ่ะอย่าดุสิ เป็นเมียนะไม่ใช่แม่" ฮันกยองพึมพำข้างๆหูร่างสวย ส่วนมือไม้ก็อยู่ไม่สุกพยายามแทรกเข้าไปในสาบเสื้อคลุมจนได้
"นี่ๆๆ ทำอะไรปล่อยเลยนะ" ร่างบางรีบจับมือหนาไว้เมื่อรู้สึกถึงปลายนิ้วร้อนที่แตะผิวกายนุ่มของตน ใบหน้าหวานขึ้นสีสดเพราะรู้ดีถึงความคิดของชายหนุ่ม อยู่ด้วยกันมาตั้งขนาดนี้มีเหรอไม่รู้ว่าฮันกยองกำลังต้องการอะไร
"แหม ฮีชอลอย่าฟอร์มไปเลยน่า นายก็รู้อยู่แล้วว่าชั้นจะทำอะไร ชั้นรู้นะว่านายน่ะ.." ริมฝีปากบางของชายหนุ่มกระซิบพูดแต่ไม่วายขบเล็กๆที่ใบหูของฮีชอลเพื่อให้คน ตัวเล็กขนลุกเล่นๆ
"..จงใจไม่แต่งตัวเพราะว่าอยากให้ชั้นกอดใช่มั้ย ล่า.." ฮันกยองพูดจบก็จับใบหน้าหวานให้รับจูบร้อนแรงของเขาทันที ฮีชอลพยายามจะฝืนตัวเองออกจากอ้อมแขนแกร่งนั้น แต่กำปั้นเล็กที่พยายามทุบอกชายหนุ่มยามที่ฮันกยองค่อยๆชำแรกเข้าไปตักตวง และเกี่ยวกระหวัดความหอมหวานในโพรงปากคนตัวเล็กอย่างชำนาญ ฮันกยองรู้จุดอ่อนฮีชอลดีอยู่แล้วว่าถ้าโดนเข้ารุกด้วยจูบสะท้าน เรี่ยวแรงที่มีก็ไม่เหลือพอที่จะมาต้านทานอะไรเขาได้อยู่แล้ว
"อือ..ฮัน.. อา.." ฮีชอลครางเบาๆเมื่อชายหนุ่มเปิดโอกาสให้ร่างสวยได้หายใจ แต่ฮันกยองกลับไม่หยุดแค่นั้น เข้าโอบรัดร่างสวยเอาไว้แล้วปรนเปรอจุมพิตร้อนต่อพร้อมทั้งค่อยๆเอนร่างบาง ลงพืนเตียงนุ่มทั้งๆที่เจ้าตัวเองไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่าตอนนี้เขากำลังอยู่ บนเตียงกว้างและมือหนาของฮันกยองก็ทำหน้าที่ไม่ขาดตกบกพร่องโดยการจัดการดึง รายรัดเสื้อคลุมออก เปิดทางให้ฝ่ามือหนาได้วาดไล้ใบบนผิวสวยที่ฮันกยองหลงใหลอยู่ทุกคืน
"คน สวย..อือ..นายนี่มัน.." ฮันกยองพึมพำบอกยามที่เขาละริมฝีปากตนออกจากเรียวปากอิ่ม แต่เขายังไม่เลิกพรมจูบแก้มเนียนใสและซุกไซ้ซอกคอขาวเนียนนั้นอย่างห้ามใจ ไม่อยู่ นิ้วเรียวเขี่ยไปที่ยอดอกสีกุหลาบเพื่อกระตุ้นอารมณ์คนรัก ฮีชอลสะดุ้งนิดๆเมื่ออีกมือของชายหนุ่มสัมผัสไปที่จุดอ่อนไหวของตนก่อนจะ คลึงเคล้นมันอย่างรู้งาน ฝ่ามือร้อนขยับขึ้นลงเพื่อปลุกอารมณ์คนด้านใต้ แต่ริมฝีปากตนก็ห้ามไม่ได้ที่จะกลับไปกดจูบแรงๆจากต้นเสียงหวานที่ครางเบาๆ
"อือ...ฮัน ...กยอง..อื้อ.." เรียวปากสวยถูกชายหนุ่มดูดดึงอย่างรุนแรงเพราะแรงอารมณ์ของตน ลิ้นร้อนกวาดจูบและดูดดุนคนด้านใต้จนแทบขาดอากาศหายใจ
ร่างสูงจัดการ ดึงชุดคลุมของคนตัวเล็กออกไปไกลๆตัวก่อนจะก้มลงซุกไซ้ร่างเพรียวสวยที่เปิด ทางให้เขาสัมผัสผิวเนียนละเอียดอย่างเต็มใจ อีกมือของตนก็รีบดึงผ้าขนหนูของตนออกเมื่อรู้ว่าร่างกายของพวกเขาทั้งสอง พร้อมแล้วกับบทรักที่กำลังจะก้าวถึงจุดไคลแม็กซ์
ใบหน้าหล่อคมพรม จูบอกบางก่อนจะขบเม้มยอดอกสีอ่อนด้วยความหลงใหลอย่างไม่เคยเบื่อ มืออีกข้างก็จัดการหยอกล่อส่วนอ่อนไหวของคนรักที่กำลังตื่นตัวด้วยความ รู้สึกต้องการให้คนด้านบนช่วยปลดปล่อย
ฮันกยองไล่จูบมาจนถึงส่วนกลาง ลำตัวของฮีชอลก่อนที่จะจูบมันเบาๆที่ส่วนนั้น ทำเอาร่างบางรู้สึกสยิวเล็กๆกับไอร้อนจากริมฝีปากชายหนุ่ม คนตัวสูงรู้สึกอึดอัดกับความต้องการของตนจนแทบไม่ไหวแล้วในที่สุด ร่างหนาก็ยกขาเรียวยาวของฮีชอลขึ้นแล้วพาดบ่าของตนไว้อย่างรวดเร็วก่อนจะใช้ นิ้วตนเองเบิกทางก่อนเล็กน้อยพอเป็นพิธี
"อื้อ.." ฮีชอลครางเสียงแผ่วพลางกัดริมฝีปากของตนเมื่อรู้ว่าคนรักกำลังรุกล้ำเข้าในร่างกายตนด้วยตัวของชายหนุ่มเอง
ร่าง สูงก้มลงสัมผัสเรียวปากสวยพลางเคลื่อนตัวเข้าไปในช่องทางสีอ่อนที่ตอดรัดเขา ไม่หยุดและแนบแน่นเช่นเคย ฮันกยองค่อยๆขยับตัวเพื่อให้ร่างบางปรับสภาพและรับขนาดของเขาที่ขยายด้านใน เต็มที่ ความอุ่นของช่องทางนั้นมันทำให้ฮันกยองรู้สึกเหมือนได้ครอบครองทั้วตัวฮีชอล ราวกับว่าวิญญาณของพวกเขาได้ประสานรวมกันเป็นหนึ่งเดียว
"อา..ฮีชอล... วันนี้..อือ...ชั้นคิดถึงนายมากเลย..โอย..ทำไมมันรู้สึกดีแบบนี้.." เสียงแหบพร่าว่าไม่หยุดขณะที่ขยับตัวเคลื่อนไหวเข้าออกในช่องทางรักนั้น ฮีชอลครางรับกับสัมผัสที่คนรักตนมอบให้ พลางเอื้อมมือขึ้นมาโอบรอบคอชายหนุ่มแล้วดึงร่างสูงให้แนบกายชิดตนเอง
"อื๊อ..คยอง.. อ่า..แรงๆสิ..อ๊า..." ร่างเพรียวว่าพร้อมกับที่ชายหนุ่มเองทำตามที่คนช่างยั่วขอ ฮันกยองโอบเรียวขาทั้งสองข้างขึ้นสูงแล้วสวนตัวเข้าไปอย่างรุนแรงและเร็ว ขึ้นจนฮีชอลแทบหายใจไม่ทัน ความรู้สึกเสียวซ่านมันวิ่งกระจายไปทั่วโสตประสาตยามที่ฮันกยองกำลังย้ำกาย เพื่อบอกรักเขาด้วยร่างกายแบบนี้
"อือ..ที่..รัก..อ๊ะ..ชั้น..ซี๊ด.. อา...มะ..ไม่..ไหว..แล้ว" ฮีชอลร้องบอกเมื่อรู้ตัวว่าตนเองกำลังเห็นสวรรค์รำไร ฮันกยองจัดการบดเบียดริมฝีปากตนกับฮีชอลอีกครั้งก่อนจะดึงตัวเองออกมาแล้ว สวนกลับเข้าไปในร่างกายของฮีชอลพร้อมโยกถี่จนคนตัวเล็กครางอื้ออึงอยู่ในลำ คอ ฮีชอลรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดใจตายเรพาะมันทั้งจุกทั้งเสียวเหลือเกิน
"อู ย..เมียจ๋า..ผัวไม่ไหวแล้ว..อา..ใกล้แล้ว.." ฮันกยองกระซิบบอกพลางซุกไซ้ไปที่ซอกคอขาว ฝ่ามือเรียวของฮีชอลเปะป่ายไปทั่วแผ่นหลังสีเข้มพลางเผลอจิกเข้าไปเมื่อฮัน กยองกระแทกตัวเป็นครั้งสุดท้ายและเขาเองก็ปลดปล่อยออกมาพร้อมๆกับที่ชาย หนุ่มเองก็ถึงจุดสุดยอดนั้น
ฮันกยองทรุดตัวนอนทาบคนตัวเล็กไว้เช่น นั้นแม้ว่าจะยังไม่ถอนแก่นกายของตนออกไป เสียงหัวใจของทั้งคู่เต้นแรงจากอารมณ์ที่พุ่งทะยานจากบทรักที่ร่วมกันบรรเลง เมื่อครู่
"ฮีชอล..ฮีชอลอ่า..." เสียงทุ้มกระซิบเสียงคนรักเบาๆที่ข้างใบหูพร้อมคลอเคลียไม่ห่าง ฮีชอลโอบกอดร่างสูงที่เริ่มอ้อนเขาแล้วถามเบาๆ
"อะไร อีกเล่า..วันนี้นายเอาแต่ใจกับชั้นมากเกินไปแล้วนะ" คนถูกว่าไม่ตอบแต่กลับขบเม้มใบหูคนที่ต่อว่าไม่หยุด ฮีชอลขืนตัวด้วยคามจักกะจี๊ปนเสียวเล็กๆพลางพยายามดันอกแกร่งให้เลิกตักตวง หาความสุขจากตัวเขาเสียที ชายหนุ่มถอนร่างของตนออกเพื่อให้คนในอ้อมกอดเขาสบายตัวขึ้น
"อะไรกัน ล่ะฮีชอล ก็นายไม่เอาใจชั้น ชั้นก็ต้องเอาแต่ใจหน่อยสิ วันนี้คิดถึงนายจะตาย ไม่อยากให้คลาดสายตาเลยสักนาทีรู้มั้ย?" เสียงทุ้มว่าพลางเปลี่ยนเป้าหมายใหม่เป็นพรมจูบไปทั่วกรอบหน้าสวย คนด้านใต้หัวเราะคิกคักด้วยความตลกของคนตัวใหญ่ที่อายุอานามไม่ได้น้อยๆแต่ ทำตัวเหมือนเด็กอนุบาลไปได้
"หัวเราะอะไรเนี่ย ทำแบบนี้ ชั้นจะลงโทษนะ!!" ร่างสูงว่าด้วยน้ำเสียงขุ่นๆทำเป็นงอนไปงั้น ฮีชอลยิ้มหวานเมื่อเห็นท่าทีของคนรักที่จงใจอ้อนตนแบบไม่สมกับตัว คนตัวเล็กยกตัวเองขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหอมแก้มฮันกยองฟอดใหญ่อย่างเอาใจ แค่นี้คนที่ทำหน้าง้ำแต่แรกก็ยิ้มกว้างทันทีแล้วกอดฮีชอลแน่น
"โอ๊ย กอดอะไรแน่นจังฮันกยอง ชั้นจะขาดอากาศหายใจตายแล้วนะ" ร่างบางแหวใส่ แต่ตามมาด้วยเสียงหัวเราะเล็กๆพร้อมประกายความสุขในดวงตากลมโตที่สุขใส เขารู้ตัวว่ากำลังมีความสุขมากแค่ไหนกับคนที่กอดเขาอยู่ ในห้องนอนที่มีเพียงกันและกันสองคนเหมือนสวรรค์ของพวกเขาที่จะสามารถใช้เวลา ด้วยกัน เปิดใจกัน และทำอะไรกันโดยไม่ต้องกลัวว่าใครจะสนใจอะไรหรือคิดอะไร
"วันนี้ ชั้นก็คิดถึงนายเหมือนกันนะ...มาลองนั่งคิดดู อาทิตย์หน้านายทิ้งชั้นไปปารีสแล้วชั้นจะอยู่ยังไงเนี่ย" ฮีชอลว่าแล้วอมยิ้ม เขาไม่ได้อยากจะพูดให้ฮันกยองมีความคิดให้ทิ้งงานทิ้งการหรืออะไร เพราะเขารู้ดีว่ามันเป็นไปไม่ได้ และแน่นอน คิบอมต้องอาละวาดแน่ถ้ารู้ว่าชายหนุ่มเบี้ยวงานเพียงเพราะไม่อยากห่างกับ ฮีชอล แต่ที่ร่างเพรียวพูดออกไปก็เพราะรู้สึกแบบนั้นจริงๆและอยากให้ฮันกองรู้ไว้
"หรือชั้นจะไม่ไปดี?" ร่างสูงถอนกอดออกแล้วถาม ฮีชอลตาโตแล้วรีบว่าทันที
"ไม่ได้นะ!! "
"ถ้านายไม่ไปชั้นโดนเละแน่เลยอ่ะ ห้ามทิ้งงานนะฮันกยอง!" คนในอ้อมกอดรีบบอกเพราะกลัวว่ามังกรหนุ่มจะตัดสินใจอย่างนั้นจริงๆ
"อ้าว ก็ให้ซีวอนมันไปแทนคุยแทนชั้นสิ แล้วชั้นก็จะได้ใช้เวลาอยู่กับนาย" ฮันกยองว่าอย่างไม่คิดอะไรมาก แต่ฮีชอลรีบฟาดไปที่ไหล่แกร่งแล้วเอ่ย
"ได้ ที่ไหน นี่มันเป็นการเซ็นสัญญาร่วมทุนใหญ่นะ และนายก็ต้องไปงานเปิดตัวโครงการที่นั่นอีก เป็นถึงประธานบริษัทจะมาทำตัวเหมือนเด็กเล่นขายของได้ยังไงกัน" ชายหนุ่มว่าแล้วทำหน้าเบื่อก่อนจะนึกอะไรได้แล้วบอก
"หรือนายจะทิ้ง งานแล้วไปกับชั้น เอาแบบบนี้ดีมั้ย? เราจะได้ไปเดตกันต่อด้วย เยี่ยมไปเลยฝรั่งเศสแล้วไปอิตาลี่ต่อ" ฮันกยองว่าแล้ววาดฝันของตนเองกับฮีชอล แต่คนตัวเล็กกลับทำลายมันเสียดื้อๆ
"ได้ ยังไงกัน ชั้นมีงานต้องทำนะ ชั้นทิ้งงานไปไม่ได้หรอก แถมศุกร์หน้าต้องไปประชุมที่บริษัทคิบอมด้วย" ฮีชอลว่า ประกายสดใสในดวงตากลมวูบลงเล็กน้อยเมื่อพูดถึงวันนั้นเพราะเขารู้ดีว่ามีอีก หนึ่งเหตุผลที่เขาไปกับฮันกยองไม่ได้..และเขาไม่อยากจะนึกถึงมัน
"เฮ้อ...งั้น ก็คงต้องทนคิดถึงกันไป แต่ชั้นจะโทรหานายสามเวลานะ เราคุยโทรศัพท์แบบวีดีโอคอลล์ได้อยู่แล้ว จะไม่ให้นายเหงาแน่นอน" ฮันกยองว่าแล้วลูบผมนุ่มของฮีชอลด้วยสายตาอ่อนโยน
"ชั้นไม่เคยเหงาหรอก.." ฮีชอลว่าแล้วอมยิ้ม คนฟังมองด้วยสายตาสงสัยพร้อมรอฟัง
"เพราะ ชั้นรู้ว่ายังไงฮันกยองก็ไม่ทิ้งชั้น ยังไงก็รักชั้น ยังไงก็จะรีบกลับมาหาชั้น ใช่ไหมล่ะ?" ใบหน้าหล่อคลี่ยิ้มออกเมื่อได้ฟังประโยคน่ารักๆของคนรัก ร่างเล็กกอดเขาแล้วซบลงที่อกของชายหนุ่มก่อนจะเอ่ย
"ชั้นรักนายมาก เลยนะฮันกยอง..รักที่สุด...ที่สุด..ในชีวิตของชั้น..." ดวงตากลมโตฉายแววหม่นหมองลงเมื่อชายหนุ่มไม่มีโอกาสได้เห็น ฮีชอลกำลังต่อสู้และใช้ความคิดอย่างหนักกับสิ่งที่เรียกว่าหน้าที่และความ รัก...เขารู้ว่าการที่เขารักกับฮันกยองมันเป็นเรื่องที่ไม่ถูก...เขาควรจะ เป็นศัตรูกับชายหนุ่ม...ควรจะแก้แค้นให้ครอบครัวและผู้มีพระคุณ..แต่เขากลับ เปิดใจรักคนใจดำคนนี้..ไม่รู้เหมือนกันว่าเผลอตัวไปตอนไหน..รู้แค่ว่าตอนนี้ เขามีแค่ฮันกยองคนเดียวในหัวใจ..และตลอดไป..ทั้งชีวิตที่เหลืออยู่...
"ฮีชอล.." เสียงทุ้มละมุนเรียกชื่อคนรัก ใบหน้าสวยเงยขึ้นมองชายหนุ่มพร้อมกับที่ฮันกยองเอ่ยบอก
"นาย คือสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตชั้นนะ..อยากให้รู้ไว้..ชั้นทิ้งทุกอย่างได้ เพื่อนาย..แค่มีนายคนเดียวชั้นก็พอใจ..ชั้นยอมทิ้งหน้าที่ของการเป็นหัวหน้า พรรค หัวหน้าครอบครัว ยอมลงจากบัลลังก์อำนาจมังกรดำนี่ถ้ามันจะทำให้ขั้นกับนายได้รักกันอย่างมี ความสุข ชั้นไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น ทั้งชื่อเสียง เงินทองหรืออำนาจ..เพราะมีแค่นายเดียว..ชีวิตชั้นก็มีความหมายมากพอแล้ว.."
หยาด น้ำใสๆไหลรินจากดวงตาคู่กลมเมื่อได้ฟังประโยคนั้นของคนที่เขาตัดสินใจจะใช้ ชีวิตด้วย..ฮีชอลรู้สึกผิดเหลือเกิน..เขารู้สึกแย่จนแทบทนไม่ไหว..ในขระที่ เขาหวั่นไหวในความรู้สึกของตนเพียงเพราะอดีต..แต่คนตรงหน้าเขาพร้อมจะยอม ทิ้งทุกอย่างรวมถึงอนาคตของตัวเอง...เพียงเพราะคนอย่างเขา...คนไร้ค่าอย่าง เขา..ที่คนตรงหน้าบอกว่า..เยาคือโลกทั้งใบของชายหนุ่มเอง..
นิ้ว เรียวเกลี่ยที่แก้มนิ่มเพื่อเช็ดน้ำตาของคนรักที่ไหลออกมาอย่างไม่รู้ ตัวอย่างนุ่มละมุน ทุกสัมผัสของฮันกยองมันคอยบอกฮีชอลตลอดเวลาว่าเขารู้สึกเช่นไร..
"ร้องไห้ทำไมกันคนดี.." ฮันกยองถามเสียงนุ่มพร้อมประครองใบหน้าหวานไว้ ฮีชอลแตะลงที่ฝ่ามืออุ่นนั่นก่อนจะเอ่ย
"ชั้น..ชั้นก็แค่..ดีใจมากเกินไปน่ะ.." ร่างสูงยิ้มละมุนก่อนจะเล่าเรื่องวันนี้ที่เขาไปคุยกับลุงของตนมา
"วันนี้ ชั้นไปคุยกับคุณลุงเรื่องสืบทอดธุรกิจที่จีน..นายรู้ใช่ไหมว่าหัวใจหลักและ บ่อเงินทุนของธุรกิจที่ชั้นถืออยู่ที่นี่และญี่ปุ่นคือพรรคและอำนาจของพวก เราที่จีน?"
"อื้อ" ฮีชอลพยักหน้าเล็กๆ
"นายรู้ใช่ไหมว่าชั้นต้องกลับไปบริหารงานที่นั่นและขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคถ้าไม่มีใครสืบทอดตำแหน่งต่อ.."
"ชั้นจะไม่ได้อยู่เกาหลี.." ฮันกยองว่าต่อ
"อือ.." คนตัวเล็กรับคำเพราะรู้อยู่แล้วว่าวันหนึ่งฮันกยองจะต้องกลับไปอยู่จีนถาวร
"แต่ชั้นไม่อยากกลับไป..ชั้นเลยจะหาคนมารับตำแหน่งแทน" สิ่งที่ฮันกยองว่าทำเอาคนตัวเล็กตาโตทันที
"นาย จะบ้าเหรอฮันกยอง!! ทำแบบนั้นได้ยังไงกัน นายเกิดมาเพื่อเป็นมังกรนะ นายพยายามทุกอย่างมาตั้งกี่ปีกัน นายทุ่มเทให้กับตำแหน่งและหน้าที่มากแค่ไหน อยู่ดีๆจะมาทิ้งไปได้ไงกัน" ฮีชอลว่าแล้วทำหน้าเครียดแต่คนตรงหน้ายังคงยิ้มออก
"ก็บอกแล้วนี่ นา..เหตุผลของชั้น..แล้วอีกอย่าง..นั่นมันก่อนที่ชั้นจะเจอนาย..ตอนนี้ ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว" ฮันกยองบอก ฮีชอลเริ่มรู้สึกแย่มากขึ้น ถ้าหากชายหนุ่มพูดจริงและทำจริง ทุกคนในครอบครัวของฮันกยองต้องโทษว่าเป็นความผิดของเขาแน่ที่ทำให้ชายหนุ่ม ทิ้งทุกอย่างมาเพื่อตัวเขาเอง
"ไม่ได้นะฮันกยอง ทุกอย่างมันคือสิทธิ์ของนาย และถ้าไม่ใช่นายก็ไม่มีใครทำได้ นายคือคนที่เหมาะสมที่สุดกับตำแหน่งนี้แล้ว...ได้โปรด...อย่าทำแบบ นี้...อย่าทิ้งชีวิตของนายเพราะคนอย่างชั้น...ชั้นไม่ได้มีค่าขนาด นั้น..ชั้นไม่อยากให้คนอื่นๆผิดหวังในตัวนาย..เหมือนที่เขาผิดหวังในตัวชั้น กัน.." ประโยคสุดท้ายฮีชอลเอ่ยอย่างอ่อนแรงโดยที่ฮันกยองไม่เคยเข้าใจเลยว่าคนรักตน หมายถึงอะไร เพราะมีเพียงฮีชอลคนเดียวที่รู้ว่าตัวเองหมายถึงอะไรในอดีต
"เอา เถอะฮีชอล เราอย่าเพิ่งคิดมากเรื่องพวกนี้ดีกว่า มันเป็นเรื่องของอนาคต ชะตาฟ้าลิขิตไว้แล้วแหละ ชั้นตัดสินใจไว้แล้วว่ายังไงชั้นก็จะไม่มีทางแยกจากนาย ถ้าการเป็งมังกรดำที่ทรงอำนาจทำให้ชั้นต้องเสียนายไป..ชั้นก็ไม่เอา..แต่ถ้า ฟ้าลิขิตให้ชั้นได้ครอบครองตำแหน่งนั้นอย่างสมบูรณ์ข้างกาย..ชั้นก็จะทำให้ ดีที่สุด" ฮันกยองว่าให้คนตรงหน้าฟัง ใบหน้าหวานมองหน้าชายหนุ่มก่อนจะประกอบริมฝีปากอิ่มของตนบนเรียวปากของมังกร หนุ่มแล้วจูบเบาๆก่อนจะถอนริมฝีปากตนออกมาแล้วเอ่ย
"นายทำได้อยู่แล้ว..เพราะนายคือฮันกยองของชั้น.."
"นอน กันเถอะ วันนี้เหนื่อยมามากแล้ว พรุ่งนี้จะต้องทำงานกันอีก ชั้นต้องเคลียร์งานให้เสร็จก่อนไปปารีสด้วย" ฮันกยองบอกแล้วค่อยๆประครองร่างเพรียวลงนอนบนเตียง แขนเรียวที่โอยกอดชายหนุ่มเลื่อนขึ้นมาโอบคอชายหนุ่มแล้วดึงคนรักเข้ามาใกล้ ก่อนจะเอ่ย
"เดี๋ยว..ฮันกยอง.."
"คืนนี้นายอิ่มแล้วเหรอ?.." ใบหน้าหวานขึ้นสีอ่อนทั้งๆที่ปากตัวเองเป็นคนยั่วถามเขาก่อน ชายหนุ่มทำตาโตก่อนจะถาม
"แล้ว คิม ฮีชอลยังอยากอยู่มั้ยล่ะครับ?" คำถามตรงๆของมังกรบ้ากามนั่นเล่นเอาคนที่เริ่มก่อนต่อไม่ถูกเลยทีเดียว ฮีชอลได้แต่ปิดปากตัวเองนิ่งทั้งๆที่หน้าสวยกลายเป็นสีสดไปแล้ว
"ไม่ ตอบแสดงว่าใช่ ถ้าแบบนั้นสามีไม่เคยขัดศรัทธาอยู่แล้ว นอนครงหวานๆให้ชั้นฟังละกันนะที่รักจ๋า" ฮันกยองว่าแล้วหัวเราะในลำคอก่อนจะกระโจนใส่ของหวานยามดึกของเขาที่ทานกี่ ครั้งๆต่อกี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อเลยสักทีเดียว...
เพราะตราบจนถึงตอน นี้..เขาเองก็ยังไม่เคยเจอใครที่ที่ดีกว่าฮีชอล..หรือเทียบเท่าฮีชอลได้เลย แม้แต่คนเดียว...หรืออาจจะเป็นเพราะเขาเองไม่ต้องการจะเปิดใจให้ใคร..จนไม่ ได้เปิดโอกาสให้ใครเดินเข้ามาในชีวิต...
แต่เขาจะหยุดที่คนคนนี้จริงหรือไม่..คงมีแค่ฟ้าเท่านั้น..ที่รู้คำตอบ..ของคนสองคน
posted on 23 Feb 2011 04:23 by zarmintz in SFFiction
Title: Saint O Satan Ch. 5 : Indulge
Author: zarmintz aka HXH
Rate: R
Talk: Read ittttttttttttt and commentttttttt
================================
ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันด้วยความโมโห โมโหคนประสาทซาตานนั่นและโมโหตัวเองเป็นที่สุด!!! ยิ่งนึกถึงเรื่องเมื่อคืนนั้นก็ยิ่งแค้น ทำไมนะ ทำไมชีวิตนี้คนอย่างคิม ฮีชอลถึงได้เกิดมาซวยแสนซวยที่ต้องพบเจอคนอย่างฮันเกิงด้วย!
ร่างเพรียวกำมือตัวเองแน่นพลางขบเขี้ยวเคี้ยวฟันตัวเองอย่างอาฆาตที่ถูกฮันเกิงกระทำเช่นนั้นใส่ แถมยังกล้าลองดีเอ่ยพูดจาอัปมงคลใส่เขาอีก ที่น่าโมโหสุดๆเลยก็เพราะฮีชอลดันรู้สึกกลัวไอ้จีนนั่นมากจนขนาดที่ร่างกาย มันอ่อนเปลี้ยเพลียแรงจนไม่สามารถขัดขืนหรือทำอะไรได้เลยน่ะสิ! ได้แต่ปล่อยให้หมอนั่นทำตามใจตัวเองไม่หยุดจนได้!
เอ่อ...คุณผู้อ่านครับ..ผม คิม ฮีชอลนะครับ..ผมรู้นะว่าพวกคุณคิดอะไรอยู่ แต่ ผม-ยัง-ไม่-ได้-เสีย-ตัว-ให้-ไอ้-ฮันเกิง-โว้ย!!!!! คิดอะไรอกุศลกับเรื่องพรรค์นั้น แค่ที่มันพูดออกมาผมก็แทบจะกัดลิ้นตายอยู่แล้ว ถ้าวันใดวันหนึ่งผมต้องเสร็จมัน เอ่อ หรือเป็นของมัน โอ๊ยยยย มันจะอะไรก็แล้วแต่ คนอย่างคิม ฮีชอลไม่ขอมีชีวิตอยู่บนโลกนี้เป็นอันขาด!
พวก คุณรู้มั้ยว่าไอ้บ้านั่นมันทำอะไผม? อยากรู้กันล่ะสิ ชิส์ แต่จะมีใครเป็นห่วงผมสักคนบ้างไหม ก็ไม่มีล่ะสิ เกลียดๆๆมันจริงๆเลยไอ้เจ๊กนั่น ทำไมชอบทำให้ผมกลายเป็นคนเพี้ยนๆบ้าบอ ชอบพูดจากับตัวเองคนเดียวแบบนี้นะ แต่เอาเหอะ เล่าให้ฟังก็ได้วะ เรื่องในคืนวันนั้นมัน...
ร่างสูงย่างสามขุมตรงไปที่ร่างสวยที่ถูกเหวี่ยงไปบนเตียงนอนขนาดพอดีตัวของเขา ดังนั้นเมื่อฮันเกิงกระโดดขึ้นคร่อมคนที่ตอนแรกปากดีอยู่บนเตียงนี้ ร่างเพรียวจึงหมดทางหนีทันที
ฮีชอลมองใบหน้าหล่อด้วยสายตาสั่นระริก พยายามไม่ให้เขารู้ว่าตนเองกำลังหวาดกลัวมากแค่ไหนกับท่าทีรุกรานของฮันเกิง ดวงตากลมโตจ้องใบหน้าหล่อของเพื่อนร่วมวงต่างเชื้อชาติแล้วกลืนน้ำลายอย่าง ยากลำบาก แม้ว่าเขาจะเห็นหน้าตาที่ไม่ได้เสแสร้งและปั้นทำมาเยอะของฮันเกิง แต่เวลาที่ชายหนุ่มโกรธจัดๆและตีหน้าน่ากลัวแบบนี้เขาเพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก ไม่รู้ว่าร่างสูงจงใจแกล้งให้เขากลัวหรือโกรธจริงๆ
ร่างบางสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วตีหน้ายักษ์ใส่คนที่คร่อมตัวเขาไว้และจ้องมองเขาราวกับจะให้ทะลุลงไปถึงผิวตัวเขา ก่อนจะตวาดลั่นทั้งๆที่ใจสั่นเกือบตาย
“นายกล้าดียังไงมาทำกับชั้นแบบนี้ห๊ะ! ชั้นขอสั่งให้นายออกไปเดี๋ยวนี้!” ฮีชอลยื่นคำขาดใส่คนที่อยู่เหนือร่างเขา ใบหน้าหล่อคมคายไม่ได้แสดงออกว่ารู้สึกหวาดกลัวอะไรเลย ความจริงแล้วฮันเกิงไม่ได้แสดงออกทางใบหน้าเลยว่ากำลังรู้สึกเช่นไรอยู่ และนั่นยิ่งทำให้ฮีชอลรู้สึกได้ว่าอุ้งมือของตนนั้นเย็นเฉียบทั้งๆที่มันชื้นไปด้วยเหงื่อ
ชายหนุ่มโน้มหน้าลงมาใกล้กว่าเดิมก่อนจะกระตุกริมฝีปากตนและยิ้มเยาะอย่างร้ายกาจ
“แล้วคนอย่างนาย มีสิทธิ์อะไรมาสั่งให้ชั้นทำหรือไม่ทำตามที่นายพูดกันล่ะ นายคิดว่านายเป็นใคร!”
ฮันเกิงกดแรงลงบนฝ่ามือตนที่ล็อคแขนเรียวเอาไว้กับพื้นเตียงแน่นขึ้นพร้อมกระชากเสียงถาม ดวงตากลมโตสั่นระริกอย่างห้ามตัวเองไม่ได้และนั่นยิ่งทำให้ชายหนุ่มเหยียดยิ้มหยัน
“ไอ้คนเลว นายมันโรคจิต วิปริต น่ารังเกียจที่..อื๊อ..” ริมฝีปากเรียวสวยไม่ทันได้เอ่ยถ้อยคำผรุสวาทไปมากกว่านี้เมื่อปลายประสาทตนรับรู้ได้ถึงสิ่งอ่อนนุ่มที่จาบจ้วงลงมาบดขยี้เรียวปากสวยของตัวเองให้เงียบสนิท ดวงตากลมโตเบิกโพรงด้วยความตกใจจากการกระทำที่จู่โจมแต่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว เรียวลิ้นร้อนก็ส่งเข้ามาในโพรงปากนุ่มพร้อมกระหวัดเกี่ยวแผ่นลิ้นชื้นของคน ด้านใต้อย่างรุกรานและไม่ยอมปล่อยให้เป็นอิสระเช่นเดียวกับฝ่ามือหนาที่ล็อคแขนฮีชอลไม่ให้สามารถยกขึ้นปัดป้องอะไรเขาได้
ใบหน้าหวานพยายามจะหันหนี แต่ฮันเกิงกลับไม่ยอมแพ้ที่จะตามไประดมจูบคนปากดีที่ตอนนี้ทำได้แค่ครางอื้ออึงอยู่ในลำคอเพราะถูกปล้นจูบอย่างไร้ความปราณี
“อื้อ.....” ฮีชอลได้แต่ส่งเสียงต่อต้านอยู่ในลำคอแต่ชายหนุ่มกลับไม่หยุดการกระทำที่จาบจ้วงนั้น แถมยังรุกหนักขึ้นเรื่อยๆจนร่างสวยแทบจะหมดลมหายใจ ฮันเกิงละริมฝีปากตนออกเล็กน้อยเพื่อให้คนใต้อกแกร่งตัวเองตายใจคิดว่าเขาจะยอมปล่อยให้เป็นอิสระ ร่างบางรีบสูดอากาศหายใจอย่างรวดเร็วก่อนจะรวบรวมแรงของตนเพื่อตะโกนใส่คนตรงหน้า แต่ยังไม่ทันที่ฮีชอลจะได้ทำอย่างใจคิด ใบหน้าหล่อก็ก้มลงจู่โจมเขาอีกครั้งแล้วประกบริมฝีปากตนบดเบียดที่เรียวปากได้รูปอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า เนื่องจากไม่ทันได้ตั้งตัวเตรียมรับสัมผัสนี้ฮีชอลจึงถูกชายหนุ่มคุมเกมได้โดยปริยาย ปลายลิ้นอุ่นสามารถสอดแทรกเข้าไปพันเกี่ยวกับแผ่นเนื้อบางของฮีชอลได้ไม่ยาก แถมยังสามารถกระตุ้นให้ร่างบางค่อยๆลืมตัวเผลอจูบตอบเขาเช่นกัน
สัมผัสตอบรับของฮีชอลแม้จะเบาๆไมได้รุนแรงเหมือนคนที่รุกเข้ามาแต่มันก็ทำให้เลือดในกายฮันเกิงถูกกระตุ้นได้ไม่ยาก เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขากำลังรู้สึกอย่างไรอยู่กับคนตรงหน้า เขารู้ว่าเขาไม่ได้มีรสนิยมชอบผู้ชาย แต่ที่เขาทำกับฮีชอลมันก็แค่หยอกเล่นเพื่อความสนุกสนานของเขาก็เท่านั้น แต่การตอบสนองของร่างบางกับสัมผัสเขามันทำให้ฮันเกิงลืมนึกถึงความจริงข้อนี้ไปเสียสนิท เอาเข้าจริงๆแล้วเขาก็ปฏิเสธตัวเองไม่ได้หรอกว่าเขาไม่ได้พอใจในตัว ฮีชอล...จริงๆแล้วเขาออกจะ “พอใจ” และ “สนใจ” ในตัวฮีชอลมากเป็นพิเศษต่างหาก...เพียงแค่ฮันเกิงเองอาจจะยังไม่รู้ตัวและไม่สามารถเข้าใจความรู้สึกของตนได้
ร่างสูงค่อยๆคลายมือที่ยึดแขนเรียวไว้กับพื้นเตียง ทั้งๆที่ยังคงปรนเปรอรสจูบให้คนที่ไม่รู้สึกตัวว่ากำลังดื่มด่ำไปกับสัมผัสหอมหวานนั้น มันเป็นสัญชาตญาณและอารมณ์ของคนเราต่างหากที่ทำให้ฮันเกิงค่อยๆเลื่อนมือไล้ไปตามร่างบางอย่างห้ามใจไม่ได้..ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ตัวว่ากำลังต้องการอะไร.. แต่เขาก็รู้ว่ามันไม่ถูกต้องสำหรับผู้ชายและผู้ชาย..แต่ถ้าหากจะลองดูสัก ครั้งก็คงไม่เสียหายล่ะมั้ง...
.....ถ้าคนใต้ร่างเขาจะยอมน่ะนะ...ฮันเกิงเองก็ไม่ได้อยากใช้กำลังขืนใจใครอะไรหรอกนะ....หึหึหึหึ...
ฮันเกิงตัดใจยอมถอนริมฝีปากตนเองอีกครั้ง หลังจากที่มือหนาของตนไล้สัมผัสไปทั่วร่างบางเรื่อยจนเขาได้สัมผัสเนื้อเนียนนุ่มใต้เสื้อผ้า ร่างสูงรู้ตัวทันทีว่าเขาจะต้องหยุดตัวเองไว้ก่อนที่ “อะไรๆ” มันจะเกิดขึ้น และความรู้สึกของเขามันจะรุนแรงไปมากกว่านี้
ชายหนุ่มได้โอกาสกวาดสายตามองใบหน้าสวยที่ทั้งร้อนเพราะแรงจุมพิตและเจือไปด้วยสีชมพูอ่อนด้วย ความอายและโกรธกับการกระทำอันอุกอาจของฮันเกิง แต่ถึงกระนั้นร่างสูงหาได้สนใจไม่ ร่างบางเม้มปากตัวเองแน่นแล้วขยับตัวเตรียมลุกขึ้นซัดไอ้หน้าจีนที่ยักคิ้วกวนประสาทอยู่ตรงหน้า แต่แค่เพียงร่างเล็กขยับตัว พวกเขาทั้งสองก็หยุดชะงักกะทันหันแล้วมองหน้ากัน
ดวงตากลมโตเบิกโพลง ยิ่งกว่าไข่ห่าน ตกใจอย่างมากเมื่อรู้ว่าตัวเองกับรับรู้ความรู้สึก “แข็งแกร่ง”ของคนตรงหน้าทาบทับกับของตน ฮันเกิงดูเหมือนจะตกในนิดๆกับปฏิกิริยาตอบสนองทางธรรมชาติของร่างกายฮีชอล แต่ดูเหมือนร่างบางจะช็อคกับความรู้สึกตื่นตัวที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจนี้มาก
ทันที่ฮันเกิงรู้ว่าคนใต้ร่างของเขากำลังตกใจกับความรู้สึกที่เกิดขึ้น เขาก็กระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วส่งเสียงหัวเราะที่น่าหวาดกลัวสำหรับฮีชอลออกมา
“หึหึหึ คิม ฮีชอล...นายนี่น้า..” ร่างสูงลากเสียงยาวพลางไล้มือตนบนใบหน้าเนียนสวยด้วยน้ำเสียงที่เหมือนว่าตนกำลังหลงใหลคนตรงหน้า ฮีชอลรู้สึกขนลุกวาบทันทีเมื่อสัมผัสนั้นประทับอยู่บนผิวกายของเขา ร่างบางพยายามที่จะตั้งสติแล้วสะบัดฮันเกิงออก แต่แค่จะกำหมัดให้แน่นร่างบางยังแทบอ่อนแรงเพราะชายหนุ่มกลับใช้จังหวะที่เขากำลังใช้ความคิดค่อยๆเคลื่อนตัวเองเล็กน้อยเพื่อถูไถความต้องการของกันและกันอย่างห้ามตัวเองไม่ได้
“ฮะ..ฮันเกิง..นะ..นาย..” ร่างเพรียวเอ่ยเรียกชื่อคนตรงหน้าด้วยสายตาหวาดผวา น้ำเสียงแห้งผากของเขาทำเอาชายหนุ่มคิดอยากจะแกล้งหนักขึ้น
“คิดไม่ถึงเลยว่า..ร่างกายนายจะไม่ได้หลงรักน้องคิบอมคนเดียวซะแล้วสิ..” ฮันเกิงพูดพลางจ้องใบหน้าสวยหวานที่หลบสายตาคมกริบนั้นไม่ยอมสู้ แต่ริมฝีปากอิ่มก็ยังไม่ยอมให้คนต่างบ้านต่างเมืองมาพูดจายั่วโมโหเขาอยู่ฝ่ายเดียวได้หรอก
“อะไร! นายอย่ามาพูดจาอะไรน่ารังเกียจอย่างกับว่าชั้นพิศวาสนายอย่างนั้นเชียวนะ ขอบอกให้รู้เลยด้วยว่ามันไม่มีวันและไม่มีทาง!!” ฮีชอลประกาศลั่น แต่ใบหน้าหล่อกลับทำเป็นเหมือนไม่ได้ยินถ้อยคำดังกล่าว เรียกได้ว่าไม่อยากจะได้ยินจะถูกกว่า ร่างเพรียวเอี้ยวตัวเพื่อจะดันตนเองให้ลุกออกจากพื้นเตียงเพื่อไปให้พ้นคนหยาบคายอย่างฮันเกิงเสียที แต่เหมือนร่างสูงจะรู้ทัน เขาอาศัยว่าตนเองแรงเยอะกว่าจับร่างบางกดลงให้นอนราบกับบนพื้นเตียงอีกครั้ง โดยไม่ฟังเสียงโวยวายของคนที่ถูกบังคับเลย
“เฮ้ย! โว้ยยยยย! ไอ้กะเหรี่ยงบ้า ไอ้จีนคอมมิวนิสต์ แกปล่อยชั้นเดี๋ยวนี้นะโว้ย ถ้าแกไม่ปล่อยชั้น! ชั้นจะ..! จะ...เอ่อ..” ถ้อยคำโวยวายแผ่วลงเมื่อสมองของตนมันคิดอะไรไม่ออกว่าจะทำเช่นไร ร่างสูงกระตุกยิ้มที่เห็นคนตรงหน้ากำลังปั่นป่วนและไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ฮันเกิงโน้มหน้าลงแทบจะแนบชิดกับคนตัวเล็กกว่าก่อนจะกระซิบเสียงเย็นที่ทำ เอาฮีชอลขนลุกซู่แทบบ้า
“นายคิดว่าผู้ชายตัวบางๆอย่างนายจะเอาแรงที่ไหนมาสู้ชั้นได้? หืม? นายก็รู้นี่ว่าชั้นจัดการนายได้เสมอ...ยิ่งตอนนี้นายกำลังอ่อนแรง...อ่อนยวบ อยู่คาอกชั้นแบบนี้น่ะ..”
ดวงตากลมโตแทบจะถลนออกมาเทื่อได้ยินถ้อยคำจาบจ้วงที่ชายหนุ่มกล่าวหาว่าตนกำลังเผลอไผลและเคลิบเคลิ้มไปกับการกระทำของฮันเกิง
ฮีชอลพยายามตั้งสติเพื่อจะตอบโต้คนตรงหน้า โดยไม่รู้ตัวเลยว่าระหว่างนั้นชายหนุ่มอาศัยจังหวะที่เขากำลังพยายามหาทางออกค่อยๆเคลื่อนมือตนเองไปใต้ผืนผ้า เนื้อนุ่มของเสื้อตัวยาว ฝ่ามือร้อนสัมผัสผิวเนียนที่แบนราบเหนือส่วนยุทธศาสตร์สำคัญ แต่ต้องพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้เผลอปล่อยให้อารมณ์ความรู้สึกตัวเองที่อยากจะเอาชนะคนปากดีเผลอตัวทำอะไรบ้าๆลงไปเสียก่อน
“นาย..มัน..อึ๊ย..บ้า..บ้าจริงๆ!” ฮีชอลพูดอย่างยากลำบากเพราะถูกล่างหนากดทับเอาไว้ แถมอาการเสียวๆที่ท้องน้อยจากสัมผัสร้อนๆที่เขาอยู่รู้หรอกว่าฮันเกิงจงใจจะแกล้งเขา มันทำให้ฮีชอลไม่ค่อยจะมีแรงพูดอะไรนัก เพราะตอนนี้เขารู้ตัวดีว่ากำลังเป็นรองให้ฮันเกิง..เพราะความรู้สึกภายในตัวเขามันลุกโชนและแสดงชัดเจนว่า..ร่างกายของฮีชอลเองก็รู้สึกตอบสนองกับสัมผัสกระตุ้นที่ไม่ทันทันตั้งตัวของทั้งสองฝ่าย
“นี่..ฮีชอล เมื่อไหร่นายจะหยุดดิ้นสักที นายรู้มั้ย ยิ่งนายขยับเนี่ย ชั้นชักจะทนอยู่นิ่งๆไม่ไหวแล้วนะ ไม่รู้สึกหรือไงว่าชั้นอึดอัดขนาดไหน..นายเองก็เหมือนกัน..” ฮันเกิงพูดถึงความแข็งขืนผ่านเนื้อผ้าของพวกเขาที่เกิดจากจุมพิตลึกที่ผสานด้วยแรงสัมผัสของเนื้อกายมนุษย์อย่างไม่อายอะไร แต่คนฟังนี่สิ รู้สึกอยากจะกระโดดหน้าต่างตายให้รู้แล้วรู้รอด เพราะรู้ตัวเองว่ามันกำลังเรียกร้องอะไรอยู่
“โอ๊ย ไอ้บ้า แกหุบปากไปเลยนะ!” ฮีชอลยิ่งโมโหจัดเมื่อเจอถ้อยคำห่ามๆของชายหนุ่ม เขาไม่เข้าใจว่าทำไมทีเวลาอะไรแบบนี้ภาษาเกาหลีของฮันเกิงมันถึงได้ดีราวกับ เกิดมาเป็นคนเกาหลีเสียอย่างนั้นแหละ
“เอาแบบนี้ดีกว่า..ในเมื่อชั้นเป็นคนทำให้นายเป็นแบบนี้...” ฮันเกิงค่อยๆพูดเสียงนุ่มพลางกวาดสายตาไปยังร่างสวยที่เขาทาบทับไว้อยู่
“ชั้นจะช่วยนายปลดปล่อยก็ได้นะ..”
ไม่พูดเปล่า ชายหนุ่มจับแขนสองข้างของฮีชอลล็อคไว้แล้วใช้อีกมือเลิกเสื้อที่ร่างบางใส่ ขึ้นแล้วจัดการใช้มืออีกข้างถอดกางเกงเนื้อนิ่มที่ราบกับท่อนขาเรียวท่าม กลางเสียงโวยวายของฮีชอลที่ตอนนี้รู้สึกกลัวจนใจหายแล้วจริงๆ..เขากลัว.. กลัวว่าตัวเองจะเสียตัวให้ไอ้ต่างด้าวหื่นกามนี่จริงๆ
“ไอ้ฮันเกิง! ไอ้ปีศาจ! ไอ้คนละ..อื๊อออ..” ฮีชอลยังไม่ทันได้เอ่ยจบคำ คนขี้รำคาญก็จัดการกับที่มาของเสียงด่าทอนั้นด้วยไม้ตายที่ร่างบางไม่มีทางขัดขืนได้ ด้วยความที่แรงเยอะกว่าและตัวโตกว่า ชายหนุ่มจัดการขยี้ริมฝีปากสวยไปพร้อมๆกับที่ถอดกางเกงและบ๊อกเซอร์ของคนมากเรื่องออกโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว
ทันทีที่ฮันเกิงยอมให้ฮีชอลได้หายใจ ร่างบางแทบสำลักจากรสจูบรุนแรงที่สูบลมหายใจเขาไปเกือบหมด คนเจ้าเล่ห์อาศัยจังหวะที่ฮีชอลกำลังพยายามสูดลมหายใจอยู่นั้น เคลื่อนตัวลงต่ำแล้วตะปบเขาที่แกนกายร้อนของคนตัวเล็กที่ชูชันเด่นขึ้นมา หลังจากถูกปลดเปลื้อง
“โหย ทำเป็นปากดี แต่ข้างล่างมีแค่เนี้ย อย่าหวังจะสืบพันธ์เลยฮีชอลเอ๊ย” ฮันเกิงทำเป็นว่าเยาะเย้ยเรียกให้คนที่กำลังลืมตัวรู้สึกตัวสักทีว่ากำลังถูกคุกคามและรุกรานความบริสุทธิ์ ฮีชอลอ้าปากกว้างด้วยความช็อค แทบอยากจะกรีดร้องออกมาจากในอกเมื่อเห็นท่าทางที่ร่างสูงแตะต้องสิ่งสงวนใน ตัวเขาแล้วค่อยๆสัมผัสมันอย่างเบามือ เค้นอารมณ์หวามที่มีอยู่ภายในตัวเขาให้มันประทุขึ้นมาอีกอย่างห้ามไม่ได้
“อะ..ฮัน.. กะ..เกิง..ยะ..อย่า...สิ..” ฮีชอลเอื้อนเอ่ยถ้อยคำด้วยเสียงติดขัดเพราะรู้ตัวว่าอุณหภูมิในร่างกายตัว เองกำลังพุ่งสูงขึ้นจากความรู้สึกที่ปลายยอดยามถูกชายหนุ่มหยอกล้อเพื่อแกล้งเล่น ฮีชอลกัดริมฝีปากตนเองแน่นจนเลือดซิบเมื่อร่างสูงขยับฝ่ามือตนเองเร็วขึ้นอีก พร้อมก้มจูบลงที่ปลายส่วนนั้นอย่างไม่รังเกียจ ร่างบางกัดฟันแน่นเพราะกลัวเสียงที่บอกอารมณ์ของตนจะเล็ดลอดออกมา
“ไม่ ต้องพยายามฝืนหรอกน่า ชั้นรู้ว่านายกำลังรู้สึกดีเพราะชั้น ฮ่าๆๆ” ฮันเกิงหัวเราะในลำคอก่อนจะก้มลงใช้ริมฝีปากตนจู่โจมแก่นกายของฮีชอลที่อารมณ์กำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุด ร่างสวยบิดไปมาตามจังหวะที่ฮันเกิงขยับริมฝีปากเพื่อช่วยปลดปล่อยความรู้สึกที่ถูกปิดไว้
ร่างบางเริ่มจะทนไม่ไหวกับการกระทำที่หวาบหวามนั้น ฮีชอลเผลอหลุดเสียงครางออกมาเล็กน้อยและนั่นยิ่งจุดเพลงในตัวหนุ่มจีนให้ รู้สึกอยากจะปรนเปรอฮีชอลให้ถึงที่สุด จนกว่าร่างบางจะยอมศิโรราบคาออกเขาให้จงได้
“อื้อ..อา..นะ..นาย.. ทะ..อื้อ..อะ..ไร..อึก..” ฮีชอลพยายามจะเรียบเรียงคำพูดขณะที่ชายหนุ่มยังก้มหน้าก้มตาสัมผัสส่วนล่างนั้น ฝ่ามือแกร่งปล่อยข้อมือเรียวทั้งสองข้างของฮีชอลออกก่อนที่มันจะจาบจ้วงลงมา บนผิวเนื้อเนินนุ่มใต้เสื้อยืดสีอ่อน คนที่ปากดีในตอนแรกแทบจะยกมือที่เพิ่งเป็นอิสระอุดปากตัวเองแทบไม่ทัน เพราะตอนนี้เขารู้สึกเหมือนร่างทั้งร่างกำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆจากความร้อนรุ่มภายในที่ฮันเกิงทำให้มันเสียวซ่านได้ขนาดนี้
ในที่สุดคนที่ปากดีในตอนแรกก็ได้นอนพยายามกลั้นเสียงครางหวานหูสำหรับฮันเกิง หลังจากที่ชายหนุ่มจงใจปรนเปรอส่วนสำคัญของฮีชอลด้วยลิ้นหนาและปลายคมฟันขาว
“อ๊ะ..อ๊า... ฮัน..อึก..อ๊า....” เสียงหวานครางเสียงดังลั่นอย่างห้ามตัวเองไม่ได้ เมื่อในที่สุดแก่นกายเขาที่ถูกคนตัวสูงจับจองด้วยโพรงปากนุ่มและจัดการเลียไล้กระตุ้นช่วยเหลือจนฮีชอลนั้นเสร็จคาปาก
ฮันเกิงกวาดชิมรสชาติน้ำรักสีขุ่นของฮีชอลอย่างโลมเลีย ทำเอาคนที่พยายามเบือนหน้าหนีรู้สึกสั่นระริกอีกครั้ง ฮีชอลไม่เข้าใจเลยว่าไอ้บ้าจีนนี่มันกล้าทำอะไรแบบนี้กับเขาได้ยังไง ทำแบบนี้มันเรียกว่าเซ็กส์ชัดๆถึงจะเป็นออรัลเซ็กส์ก็เถอะ
โอ๊ยยยยยยยยย ม๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย คิม ฮีชอลอยากจะบ้าตายยยยยยยยยยยยยยย นี่เขาเพิ่งยอมปล่อยให้คนที่เขาเกลียดที่สุดใช้ปากกับเขาจนเสร็จสมอารมณ์หมายหรือเนี่ย ไม่ๆๆๆ T_T ฮีชอลรับไม่ได้ รับไม่ได้จริงๆที่ไอ้หมอนั่นมันได้เห็นหน้าตาของตัวเองตอนที่ปลดปล่อยออกมา เพราะความเสียวซ่าน
“เหอะ นี่นายได้นอนกะใครบ้างมั้ยเนี่ยช่วงนี้ ทำไมเยอะขนาดนี้เลยเชียว” ฮันเกิงพูดอย่างไม่อายปากหลังจากที่จัดการใช้นิ้วของตัวเองเช็ดรอบๆริมฝีปากตนที่คราบน้ำรักของฮีชอลเปรอะเปื้อนอยู่
คำถามของคนหน้าไม่อายทำเอาคนที่นอนหอบอยู่หน้าแดงด้วยความโกรธและความอายจากการกระทำและคำพูดของชายหนุ่ม
“อะ..ไอ้ ชั่วเกิง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!” คิม ฮีชอลรวบรวมแรงทั้งหมดแล้วตะโกนใส่หน้าคนที่ยังคร่อมตัวเขาอยู่ ร่างสวยหอบหายใจแรงก่อนจะยันตัวขึ้นแล้วผลักอกหนาให้ออกไปไกลๆเขา
“พูดไม่เพราะเลยนะนายเนี่ย ชั้นอุตส่าห์ช่วยให้ไปถึงสวรรค์ ชั้นช่วยนายแล้ว ตานายช่วยชั้นมั่งเด่ะ” ฮันเกิงพูดหน้านิ่งๆพร้อมชี้ไปยังกลางลำตัวของตนที่ความต้องการของเขามันดุนดันผ่านเนื้อผ้าอย่างเด่นชัด ฮีชอลปราดสายตาไปยังส่วนนั้นแล้วรีบเบือนหน้าหนี ไม่อยากจะยอมรับเลยว่าของไอ้คนจีนนี่มันใหญ่กว่าของเขามากๆ ขนาดอยู่ในกางเกงยังเด่นชัดขนาดนี้ ไม่อยากจะคิดตอนที่มันหลุดออกมาเลย บรื๋อออออ
“ไอ้บ้า! ใครจะไปยอมทำแบบนั้นให้วะ อ๊ากกกกกกกกกกกกก” ยิ่งพูด คิม ฮีชอลก็ยิ่งอารมณ์เสียหนักและอยากจะทึ้งหัวตัวเองตาย หนุ่มจีนมองสภาพของร่างเพรียวแล้วก็ได้แต่ขำเพราะเห็นว่าฮีชอลตอนนี้หมดหนทางชัดๆ จะหนีก็หนีไม่ได้ จะทำอะไรเขาก็ทำไม่ได้ สนุกชะมัดเลยได้แกล้งหมอนี่แบบนี้
“รู้งี้น่าจะอัดวีดีโอไว้ให้น้องคิบอมดูดีกว่าเนอะ ว่าหน้าตานายตอนกำลังเสร็จเนี่ยเซ็กซี่ขนาดไหน เผื่อว่าน้องเขาจะได้คิดพิศวาสนายบ้าง” ฮันเกิงพูดจายียวนกวนอารมณ์ใส่คนตรงหน้าด้วยแววตาที่บ่งชัดว่าไม่ได้สนุกสนานไปกับคำพูดของตน แต่คนฟังนี่สิตอนนี้โมโหยิ่งกว่าลาวาปะทุแล้ว
เพี๊ยะ! ตุ้บ!
ฝ่ามือเรียวฟาดเข้าเต็มใบหน้าหล่อพร้อมกับกำหมัดแล้วซัดตาม เห็นตัวบางๆอย่างนี้แต่ถ้าเวลาโมโหจัดแล้วแรงที่มีก็ใช่ย่อยเชียวล่ะ ฮันเกิงเซไปตามแรงกระแทกบนผิวหน้าเขาเพราะไม่ทันตั้งตัวและนั่นก็ทำให้ฮีชอล ใช้โอกาสนี้ถีบเข้าที่จุดยุทธศาสตร์ของชายหนุ่มเต็มแรง
“โอ๊ย!!” ฮันเกิงร้องเสียงหลงพลางกุมมือไปที่ส่วนสำคัญในร่างกาย ใบหน้าหล่อเขียวไปหมดพลางร้องโอดครวญเมื่อเจอฮีชอลจัดเข้าให้เต็มๆ ตอนที่เจ้าเกิงน้อยมันยังไม่ตื่นโดนอัดว่าเจ็บแล้วแต่ตอนนี้กำลังตื่นตัวจัด แล้วโดนถีบเข้ามาแบบนี้ก็จุกเลยสิครับ จะใช้สืบพันธ์ต่อได้ไหมเนี่ย T_T
ร่างเพรียวที่สลัดหานเกิงหลุดได้ก็รีบลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าตนให้เรียบร้อยแล้วหันไปคว้าบ๊อกเซอร์ของตนมาใส่ไว้ก่อนจะตะโกนใส่คนที่นอนขดเป็นหนอนกลมๆเพราะความจุกเสียดและเจ็บสุดๆ
“นายจำไว้นะฮันเกิง! นายจะหยาบคายอะไรใส่ชั้นยังไง นายจะทำก็ทำไป แต่ถ้านายมีความคิดเลวๆแบบนั้นเกี่ยวกับชั้นและคิบอมล่ะก็ชั้นจะไม่ยอมอีกต่อไปแล้ว ชั้นจะจัดการให้นายออกไปจากวง ออกไปจากเกาหลีให้ได้เลยสิ! คอยดูนะ!”
ว่าจบฮีชอลก็รีบวิ่งออกไปจากห้องของชายหนุ่มทันที และตรงไปยังห้องนอนของตัวเองก่อนจะปิดประตูและทรุดลงหลังประตูบานนั้น
ร่างเพรียวค่อยกอดตัวเองไว้ รู้ตัวอีกทีก็รู้สึกว่ามีน้ำใสๆมากมายไหลลงมาจากดวงตากลมโตของตนเอง ฮีชอลได้แต่กำมือแน่นแล้วพยายามตั้งสติตัวเอง เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่ร้องไห้ออกมานั้นเพราะอะไร
ร้องเพราะเจ็บใจที่ถูกฮันเกิงรังแก หรือร้องเพราะเจ็บใจที่ชายหนุ่มพูดจาใส่เขาราวกับเขาเป็นคนใจง่ายและไม่มีค่า
แต่ตอนนี้สิ่งหนึ่งที่ฮีชอลรู้ดีที่สุดก็คือ....เขาเกลียด...เกลียดคนที่ชื่อ ฮันเกิง..เกลียด...เกลียดที่สุด..ซาตานสองหน้า...ที่ทำให้เขาเสียน้ำตาตลอดเวลา
To be continue in Ch.6
edit @ 20 May 2011 07:42:00 by zarmintz aka HXH
edit @ 20 May 2011 07:43:34 by zarmintz aka HXH
posted on 18 Jan 2010 00:12 by zarmintz
"ไม่บ้า ฮีชอลคงไม่รักหรอก ใช่มั้ย?" ฮันกยองว่าแล้วยิ้มกว้าง คนตัวเล็กเม้มริมฝีปากตัวเองก่อนจะพยักหน้า
"อื้อ"
ชาย หนุ่มหัวเราะร่วนทันทีเมื่อได้รับคำตอบนั้นมา เขากุมมือของฮีชอลไว้แน่นแล้วดึงกุญแจทองที่ห้อยกับสร้อยนั้นขึ้นมาอีกครั้ง นิ้วเรียวไล้ไปตามลูกกุญแจก่อนจะค่อยดึงตัวกุญแจออกเหลือเพียงห่วงกลมที่ ห้อยกับสร้อยคอ ฮีชอลมองตามด้วยความงงงันที่ชายหนุ่มอยู่ดีๆก็กระชากลูกกุญแจออกไป
ฮัน กยองวางกุญแจดอกนั้นไว้บนโต๊ะเล็กข้างหน้าต่าง แสงเทียนที่สะท้อนไปมาระหว่างคนทั้งคู่ที่สบสายตากันนิ่งมันให้ความรู้สึก อบอุ่นและหวาบหวิวไปพร้อมๆกัน มือหนาหยิบห่วงที่ยังคงห้อยกับสร้อยอยู่ขึ้นมาแล้วเอ่ยประโยคที่ฮีชอลเองก็ ไม่คาดคิด
"ฮีชอลครับ..แต่งงานกับผมได้ไหมครับ?"
ดวงตากลมโต เบิกโพรงเมื่อได้ฟังก่อนจะก้มลงมองที่มือของชายหนุ่ม ห่วงที่ติดกับกุญแจเมื่อครู่ที่ว่านั้นแท้จริงแล้วมันคือแหวนเงินทองคำขาว ประดับเพชรแท้ใสหลายกระรัตรอบตัวแหวน มันดูเรียบแต่หรูอย่างมีระดับ ภายในห้องที่มีแต่แสงจากเทียนไข ทำเอาฮีชอลไม่ได้สังเกตเลยว่าห่วงนั้นคือแหวนเพชร
ฮันกยองอาศัยจัง หวะที่ฮีชอลนิ่งไปด้วยความตกใจยกมือข้างซ้ายของร่างเล็กขึ้นแล้วประครองไว้ ชายหนุ่มยิ้มอย่างมีความสุขที่ได้เอ่ยประโยคนี้กับคนตรงหน้าก่อนจะเรียกชื่อ คนรักอีกครั้ง
"ฮีชอล..คุณจะยอมรับผมเป็นสามีที่ถูกต้องตามพิธีหรือเปล่า? จะยอมแต่งงานกับผมแล้วอยู่กับผมตลอดไปหรือไม่?"
"ละ... เล่น..อะไร..ของนายน่ะฮันกยอง" ฮีชอลตอบเสียงสั่นๆเพราะความตกใจจากการกระทำของชายหนุ่ม แม้จะรู้ว่ารักกันมาก แต่เขาก็ไม่เคยคิดหรอกว่าฮันกยองนั้นคิดจะขอเขาแต่งงานจริงจังเป็นเรื่อง เป็นราว ไม่คิดด้วยซ้ำว่าชายหนุ่มจะอยากผูกมัดเขาด้วยคำสาบาณของคู่แต่งงานเพื่อจะ ได้อยู่ด้วยกันตลอดไป
"ชั้นจริงจังนะฮีชอล.." ชายหนุ่มว่าเสียงนุ่มก่อนจะเอ่ยต่อ
"นาย เป็นคนแรกที่ชั้นบอกว่ารัก..และเป็นคนเดียว..และแน่นอน...ประโยคเมื่อครู่ มันก็เป็นของนายคนเดียวด้วย.." ฮันกยองจ้องมองเข้าใยดวงตาสีน้ำตาลที่ดูสับสน เขารู้ดีว่าฮีชอลคงไม่ทันได้ตั้งตัวจากการตัดสินใจปุปปับของเขา แต่เขาเองก็อยากมีเครื่องพิสูจน์ให้ฮีชอลเชื่อใจ..เชื่อว่าเขารักฮีชอลจริงๆ และไม่จะไม่มีวันทิ้งฮีชอลไปไหนเด็ดขาด..แม้จะรู้ว่าการที่พวกเขาสองคนอยู่ ด้วยกันนั้นก็ไม่ต่างอะไรจากคู่แต่งงานอยู่แล้ว เพียงแต่เขาอยากทำให้มันสำคัญ..ให้มันพิเศษ...เพื่อฮีชอล..เพื่อให้ฮีชอลได้ ใว้ใจ..ในความรักของเขา..
"ชั้นจะถามเป็นครั้งสุดท้ายนะ.."
"แต่งงานกับผมได้ไหมครับ?"
น้ำ เสียงนุ่มๆนั้นเรียกเอาหยาดน้ำตาสีใสจากดวงตาสวยเพราะความตื้นตัน คนตัวเล็กพยายามอย่างมากที่จะไม่สั่นแล้วพยักหน้าเล็กๆพลางเปล่งเสียงออกมา
"อื้อ"
รอย ยิ้มกว้างจากชายหนุ่มนั้นทำให้ฮีชอลรู้ว่าเขามีความสุขมากจากคำตอบรับของตน ดวงตาคมมีประกายฉายแววชัดเหมือนตนได้ครองโลกทั้งใบ แต่ใความเป็นจริงแล้วเพียงแค่มีฮีชอลอยู่เคียงข้าง ฮันกยองก็ไม่ต้องการสิ่งใดในโลกนี้เลย..
ชายหนุ่มบรรจงสวมแหวนทองคำ ขาววงสวยลงบนนิ้วเรียวข้างซ้ายแล้วยกมือเนียนนั้นขึ้นจุมพิตเบาๆเพื่อประทับ ความรู้สึกรักที่ท่วมท้นในหัวใจเขา ฮีชอลเองก็อดไม่ได้ที่ยิ้มอย่างมีความสุข เรียวปากอิ่มคลี่ออกอย่างสวยงามราวดอกไม้แรกแย้ม สายตาของคนตัวเล็กเองก็บ่งบอกว่ารักฮันกยองมากเช่นเดียวกัน
ฮันกยอง ใช้สองมือขึ้นกุมทั้งสองมือของฮีชอลเอาไว้แล้วสบสายตานิ่ง ต่างคนต่างใช้สายตาคุยกัน ชายหนุ่มกระแอมเล็กๆก่อนจะดัดเสียงให้ทุ้มใหญ่แล้วเอ่ย
"คุณฮันกยอง คุณจะรับคุณฮีชอลเป็นภรรยาหรือไม่? สัญญาว่าจะรักและดูแลเขาตลอดไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นและจะไม่มีวันทอดทิ้ง เด็ดขาด?" ว่าแล้วก็ตอบด้วยน้ำเสียงของตัวเอง
"รับครับ และสัญญาว่าจะรักและดูแลฮีชอลตลอดไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นและจะไม่มีวันทอด ทิ้งเด็ดขาด" การสวมบทเป็นบาทหลวงกำมะลอเล่นกับตัวเองเรียกเสียงหัวเราะจากคนตัวเล็กได้ ไม่ยาก ฮีชอลหลุดหัวเราะพลางยิ้มกว้างก่อนจะเอ่ย
"เล่นอะไรอีกละฮันนี่" ร่างบางแกว่งมือที่กุมกันอยู่เล็กน้อยแต่ฮันกยองกลับเอ่ยด้วยใบหน้าจริงจัง
"ไม่ ได้เล่นน่ะฮีชอล เราสองคนกำลังเข้าพิธีอยู่ อย่าเพิ่งขัดสิ" ใบหน้าหล่อที่ตีหน้าขรึมและน้ำเสียงจริงจังทำเอาฮีชอลฝืนยิ้มไว้ไม่ไหว ฮันกยองบทจะน่ารักก็น่ารักเกินไปจริงๆด้วย
"ที่นี่ไม่มีบาทหลวง ไม่มีโบสถ์ ไม่มีพิธี ไม่มีพยาน ไม่มีดอกไม้ ไม่มีอะไรเลยนะฮันกยอง" ฮีชอลว่าด้วยใบหน้าเรียบๆ ฮันกยองฟังแล้วรีบเอ่ยทันที
"งั้นนายก็ หลับตาสิ แล้วนึกเอาว่าหน้าต่างตรงหน้าเราคือบาทหลวง ประภาคารนี่คือโบสถ์ แสงเทียนคือพยานรักของเราและสายลมคือดอกไม้ของนาย ตกลงมั้ย?" ฮีชอลมองไปรอบๆห้องเล็กที่อบอุ่นไปด้วยแสงเทียนและความรักของพวกเขาสองคน ก่อนจะพยักหน้าเล็กๆแล้วเอ่ย
"ก็ได้" ว่าแล้วเขาก็หลับตาลงแล้วจินตนาการอย่างที่ฮันกยองว่า ชายหนุ่มยิ้มเล็กๆก่อนจะดัดเสียงให้ทุ้มใหญ่แล้วเอ่ย
"คุณฮีชอล คุณจะรับฮันกยองเป็นสามีของคุณหรือไม่?" ร่างบางที่หลับตาอยู่ลืมตาขึ้นทันทีก่อนจะเอ่ย
"ไม่เอาอ่ะ ไม่ตอบได้ไหมอ่ะ" ฮันกยองทำหน้ายุ่งทันทีก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงขุ่นๆ
"อ้าวได้ไงล่ะฮีชอล เราทำพิธีอยู่นะ ถ้าไม่ตอบแสดงว่านายไม่รับรักชั้นสิ" ร่างบางมองหน้าฮันกยองแล้วทำท่าอิดออดก่อนจะเอ่ย
"ไอ้ รับรักอ่ะรับแต่ให้รับว่านายเป็น..เอ่อ...ง่า..ฮันกยองอ่ะ..อย่าเล่นแบบนี้ สิ" ฮีชอลทำหน้าอ้อนวอนใส่คนตัวสูง แต่ดูเหมือนชายหนุ่มจะเริ่มงอนที่คนตัวเล็กเล่นตัวมากท่าอยู่แบบนี้
"ทำไม ล่ะ ยังไงเราก็เข้าหอไปตั้งนานแล้วนะ ชั้นได้นายแล้วยังไม่ทิ้งเลย ทำไมนายเป็นของชั้นแล้วไม่กล้ายอมรับล่ะ" สายตาคมเริ่มหม่นลงเหมือนเด็กไม่พอใจ ฮีชอลเห็นดังนั้นก็ไม่อยากให้ฮันกยองหงุดหงิดเพราะความเขินอายของเขา ร่างบางสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วมองหน้าชายหนุ่มก่อนจะเอ่ย
"อ้ะ งั้นถามใหม่สิ" ฮันกยองยิ้มร่าทันทีเมื่อได้ฟังแล้วจัดการดัดเสียงต่อ
"คุณฮีชอล คุณจะรับฮันกยองเป็นสามีของคุณหรือไม่?" ฮีชอลเม้มริมฝีปากตัวเองเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆเอ่ย
"รับ..คะ..ครับ.." ใบหน้าหล่อฉายสีหน้าแห่งความพอใจชัดเจนเมื่อได้ฟังก่อนจะเอ่ยต่อ
"แล้วสัญญาว่าจะรักและดูแลกันตลอดไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นและจะไม่มีวันทอดทิ้งกันเด็ดขาด"
"สัญญา..."
คน ตัวเล็กเอ่ยตอบแล้วมองหน้าชายหนุ่ม ดวงตาสีนิลนั้นกำลังบอกความรู้สึกมากมายที่มีอยู่ มันกำลังเอ่ยว่ามีความสุขที่ได้ยินคำสัญญานี้ของฮีชอล คำสัญญาและคำสาบาณผูกมัดกันและกันเอาไว้ด้วยความรัก...ด้วยความรู้สึก..และ คำพูดของทั้งคู่...
"ตอนนี้เชิญเจ้าบ่าวจุมพิตเจ้าสาวได้" ฮันกยองเอ่ยทันทีแล้วยิ้มกว้างก่อนจะเลื่อนหน้าเข้าไปชิดใบหน้าสวยที่ยิ้ม อยู่ ชายหนุ่มค่อยๆแตะริมฝีปากตนเองลงบนกลีบปากสวยที่คลียิ้มอยู่ก่อนที่คนทั้ง คู่จะตั้งใจถ่ายทอดคำสาบานผ่านเรียวลิ้นที่เกี่ยวกระหวัดกันของจุมพิตแต่ง งาน...
ร่างสูงถอนริมฝีปากออกอย่างเชื่องช้าเมื่อได้ตักตวงความสุข จากเรียวปากอิ่มนั้น เขารู้ว่าเขาได้มอบความสุขให้ฮีชอลเช่นกัน ปลายจมูกโด่งยังคงคลอเคลียอยู่บนใบหน้าหวาน ต่างคนต่างหลับตาแต่มือยังคงประสานกันแน่น ความรักที่มี...มันมากเกินบรรยายจริงๆ
"ฮีชอล..." เสียงทุ้มเรียกชื่อคนรักเบาๆ เมื่อฮีชอลเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มเขาเองก็แทบตั้งตัวไม่ทันเมื่อรู้สึกว่า ตัวเองลอยขึ้นจากพื้นหิน ดวงตากลมเบิกกว้างมองใบหน้าหล่อที่หัวเราะร่วนเหมือนเป็นคำถาม ฮันกยองนั้นเดินตรงไปที่เตียงนุ่มซึ่งจัดไว้ตรงมุมห้องเป็นคำตอบ ร่างเล็กรู้สึกขนลุกซู่ทันทีเหมือนรู้ทันความคิดของชายหนุ่ม ทันทีที่ถูกวางลงกับพื้นเตียง ดวงหน้าสวยก็ขึ้นสีหวานทั้งๆที่ถูกใบหน้าหล่อจ้องมองใกล้อยู่เพียงแค่เส้นผม กั้น ร่างสูงเองก็ทิ้งตัวคร่อมร่างบางไว้แล้วค่อยใช้มือของตนไล้ผิวเนียนที่ลอด ผ่านเสื้อผ้าที่คนตัวเล็กใส่
"ฮันกยอง..จะทำอะไรน่ะ.." ถามทั้งๆที่รู้ดีว่าคำตอบของชายหนุ่มจะเป็นอย่างไร ฮันกยองยิ้มกรุ้มกริ่มแล้วเอ่ยข้างๆหูของคนตัวเล็ก
"ทำ พิธีเสร็จ...ก็..เข้าหอยังไงล่ะครับคนดี.." ใบหน้าขาวร้อนผ่าวจากคำพูดนั้น รู้ตัวว่าไม่มีทางต้านทานความต้องการของฮันกยองได้แน่ ถ้าชายหนุ่มคิดจะปลุกอารมณ์ความต้องการของพวกเขาทั้งคู่แล้วล่ะก็ ไม่มีใครสามารถห้ามมังกรหื่นนี่ได้หรอก โดยเฉพาะยิ่งคนตรงหน้าเป็นฮีชอลแล้วล่ะก็ ฮันกยองไม่เคยปล่อยให้โอกาสที่จะได้ตักตวงจากคนตัวเล็กนั้นหลุดมือ
"แต่ฮัน...นี่มันนอกบ้าน..ไม่เอา.." คนตัวเล็กรีบเอ่ยท้วงแต่ชายหนุ่มกลับหัวเราะในลำคอแล้วเอ่ย
"อ้าว.. ทีที่โรงพยาบาลเรายังเคยทำมาแล้วเลย นี่ในประภาคารของชั้นนะ ไม่เห็นต้องกลัวใครมาเห็นเลย มีแค่แสงเทียน สายลม น้ำทะเลเท่านั้นแหละที่จะรู้ว่าเราทำอะไรกัน...ไม่ต้องกลัวนะครับคนดี" ไม่พูดเปล่า ชายหนุ่มเองก็ก้มลงไซ้เบาๆที่ซอกคอขาวมือไวนั้นหายเข้าไปใต้เสื้อที่คนตัว เล็กใส่อยู่แล้วพับขึ้นจนฮีชอลเองไม่ทันตั้งตัว
"เดี๋ยว สิ...ฮันกยอง ..อื้อ..." เสียงหวานพยายามประท้วง แต่เมื่อเจอซุกไซ้โดยจมูกโด่งคมนั้นและปลายนิ้วที่กดเบาๆที่ยอดอกภายใต้ เสื้อไหมพรมคอเต่าสีครีมนั่นมันก็ทำเอาเขาปฏิเสธฮันกยองไม่ได้เลย
ฝ่า มือร้อนทำหน้าที่ของมันด้วยการแตะไปทั่วร่างบางที่แทบบิดตัวเร่าเมื่อ ถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง ริมฝีปากบางของชายหนุ่มนั้นไม่เพียงฉกฉวยความหอมหวานจากเรียวปากนุ่มแต่กลับ โลมเลียละเลียดชิมความนุ่มนวลของผิวใสที่ถูกเขาจัดการปอกเปลื้องอาภรณ์ออก จากตัวอย่างรวดเร็ว
"ฮีชอล...อ่า.." ร่างสูงพึมพำเบาๆเมื่อกดจูบไล่ตั้งแต่ซอกคอขาวไปจนถึงหน้าท้องแบนราบของคน ที่นอนอยู่ใต้ร่างของเขา ปลายนิ้วเรียวไล้ไปที่ส่วนอ่อนไหวเหมือนจงใจแกล้ง ฮีชอลหลับตาแน่นแต่แขนเรียวกลับโอบกอดคอของร่างสูงเอาไว้ ฮันกยองเลื่อนตัวเองลงไปที่ช่วงล่างของคนรักก่อนจะจัดการกลืนกินส่วนนั้น อย่างชำนานอย่างที่ปฏิบัติอยู่ทุกคืน ลิ้นร้อนเลียไล้ไปทั่วส่วนก่อนจะหยอกเล่นที่ช่วงปลายเรียกเสียงครางที่เปร่ง ออกมาอย่างสุขสมจากคนตัวเล็ก
"ที่รัก..อ่า..แรงกว่านี้สิ..อื้อ.." ฮีชอลหายใจติดขัดเพราะความรู้สึกหวาบหวิวที่ปะทะขึ้นมา ฮันกยองยิ้มพอใจก่อนจะจัดการกลืนกินแท่งร้อนนั้นจนความรู้สึกของฮีชอลแตก กระจายคาปากเขาเอง
ชายหนุ่มไล่จูบฮีชอลจากส่วนอ่อนไหวที่อ่อนตัวลง เรื่อยขึ้นผ่านหน้าท้องเนียนแล้วขบเม้มที่ยอดอกสีหวาน แขนเรียวที่เลื่อนมาโอบกอดแผ่นหลังกว้างสีเข้มจิกปลายนิ้วเรียวลงเบาๆเพราะ ความรู้สะท้านที่ได้รับ ฮันกยองประทับจูบไปทัวหน้าอกสวยจนไปถึงเรียวปากแสนรักของคนตัวเล็ก ฮีชอลที่ตอนนี้ถูกปลุกอารมณ์มากมายกำลังจูบตอบเขาอย่างร้อนแรง ร่างสูงได้แต่ตักตวงความต้องการของตนจากร่างสวยตรงหน้า มือบางไล้ไปที่หน้าอกแกร่งผ่านสาบเสื้อที่กระดุมเม็ดเล็กถูกปลดออก ฮีชอลลูบไปทั่วร่างกายของคนรักบ้างแล้วเอ่ยเสียงหวาน
"นายก็ถอดบ้างสิ ให้ชั้นถอดคนเดียวได้ไงเล่า" ฮันกยองที่ซุกไซ้อยู่ตรงลำคอระหงยิ้มเล็กๆแล้วเอ่ยตอบ
"งั้น ถอดให้หน่อยสิครับ" เพียงแค่กระซิบบอกคนตัวเล็กก็จัดการตามคำสั่งของชายหนุ่มทันที มือเล็กดึงแจ็คเก็ตหนังออกแล้วขว้างลงไปข้างเตียงแล้วจูบเบาๆที่ปลายคางของ ชายหนุ่มพร้อมที่นิ้วเรียวพยายามริดรอนกระดุมเสื้อเชิตสีอ่อนด้วยท่าทางที่ ฮันกยองเองต้องยอมรับว่าเร้าใจเขาเหลือเกิน คนตัวเล็กกำลังยั่วเขาทางอ้อมให้คลั่งตาย
หลังจากที่ต่างปลดเปลื้อง สิ่งกีดขวางระหว่างร่างกายออกจนหมด ผิวกายร้อนๆของทั้งคู่ของแนบสนิทกันโดยอ้อมกอดแน่นและริมฝีปากที่พยายามปรน เปรอกันและกันไม่หยุด ฮันกยองไล่จุมพิตทั่วใบหน้าหวานพร้อมที่มือหนาเองก็จัดการยกเรียวขาสวยขึ้น ก่อนที่นิ้วเรียวจะค่อยไทำหน้าที่ของมันในการเบิกทางรักที่คลายตัวไม่ยาก เมื่อเจอสัมผัสจากชายหนุ่ม
แค่เพียงไม่นานร่างเล็กที่เคยชินกับ สัมผัสร้อนแรงแต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนก็พร้อมที่จะรับส่วนแข็งขืนของชาย หนุ่มที่ตื่นตัวเต็มที่เพียงแค่ได้สัมผัสคนตัวเล็ก ฮันกยองค่อยๆแทรกกายช่างชำนาญโดยพยายามไม่ให้ฮีชอลรู้สึกเจ็บจากการรุกล้ำ ชายหนุ่มก้มลงจูบคนรักด้วยความกระหายต้องการครอบครองทั้งตัว ส่วนล่างของชายหนุ่มเริ่มขยับตัวอย่างห้ามไม่ได้เมื่อได้รับการตอดรัดอย่าง ร้อนแรงภายในร่างกายคนตัวเล็ก
ฮันกยองหลงไหลในตัวฮีชอลมากเหลือเกิน สัมผัสที่เขาและฮีชอลมอบให้กันและกันมันหลอมละลายตัวพวกเขาให้เป็นหนึ่งเดียว
"...อา ..ฮัน..อื้อ...ขยับเร็วๆ..แรง..อ๊า..อื้อ..ก็ได้...ไม่เป็นไร...ซี๊ด.." คนตัวเล็กคร่างเสียงสั่นเมื่อถูกจู่โจมทั้งด้านล่างและรอบอกสวยที่ถูกแต่ง แต้มด้วยรอยรักสีสดทั่วพืนผิว
"ไม่เจ็บเหรอ..อา..ฮีชอล..ชั้นขอนะ.." ฮันกยองถามด้วยความเป็นห่วงแต่ก็รู้ตัวว่าทนไม่ไหวแล้ว ชายหนุ่มเร่งจังหวะความเร็วในการโถมตัวเข้าหาคนตัวเล็กอย่างรุนแรงตาม สัญชาติญาณดิบของตนที่ต้องการจะปลดปล่อย ฮีชอลร้องครางเสียงหลงเมื่อถูกชายหนุ่มกระแทกกระทั้นเข้ามา แขนเรียวตวัดป่ายไปมาทั่วแผ่นหลังสีเข้มและเผลอจิกเล็บเรียวลงบนตัวฮันกยอง เพื่อบรรเทาความเจ็บปวดที่แสนหวานที่ตนกำลังได้รับ
"ฮันกยอง..อ๊า.. ฮัน...อื้อ...ฮันนี่..." ฮีชอลร้องครางเรียกชื่อคนรักแทบไม่เป็นภาษาเมื่อชายหนุ่มกระตุ้นเติมเต็มให้ เขาไปจนถึงจุดสูงสุด ร่างเล็กกอดคนรักของตนไว้แน่นก่อนที่ทั้งคู่จะปลดปล่อยความสุขล้นออกมาเป็น หยาดน้ำสีขาวขุ่น
ฮันกยองจูบเบาๆที่ข้างหูคนตัวเล็กแล้วหอมแก้ม ฮีชอลแรงๆด้วยความรัก เขารู้สึกได้ถึงไอความอบอุ่นจากร่างกายของคนตัวเล็กที่โอบกอดเขาเสียแน่นราว กับกลัวว่าเขาจะหายไปไหน
ฮีชอลหลับตาสนิทพลางดื่มด่ำกับความสุขหรรษ ษที่ตนได้รับจากคนรัก เขารักฮันกยองมากเหลือเกิน..มาก...จนไม่มีวันที่เขาจะอยู่ได้หากขาดชายหนุ่ม ไป
คิดได้ดังนั้นดวงตากลมโตก็เปิดขึ้นพลางนึกถึงเรื่องเมื่อตอนบ่าย ที่เข้ามาตะขิดตะขวงใจเขา ทั้งๆที่พยายามจะลืมๆมันทิ้งไป แต่เพราะคำขู่นั่น...มันทำให้หัวใจดวงน้อยของเขาหวาดกลัว..และสั่นไหว...ไม่ รู้ทำไมเช่นกัน
"ฮันกยอง..." ฮีชอลเรียกชื่อคนรักพลางป่ายมือไปทั่วแผ่นหลังชายหนุ่มไม่หยุด เขาค่อยๆลูบไปทั่วตัวชายหนุ่มเหมือนที่ร่างสูงเองที่กำลังไล้แตะตัวเขาไป เรื่อยทั้งที่นอนกอดกันอยู่แบบนี้
"ครับคนดี?" เอ่ยตอบแล้วจูบเบาๆที่ไหล่มน ใบหน้าหวานเครียดขึ้นมาชั่วขณะเมื่อนึกถึงสิ่งที่ตนเองอยากจะบอกฮันกยอง ..แต่เขาคิดว่าหากชายหนุ่มรู้เรื่องนี้...ร่างสูงอาจจะไม่พอใจเป็นได้
ฮีชอล รู้ดีว่าฮันกยองไม่ชอบให้ขุดอดีตขึ้นมาพูด...อดีตที่โหดร้ายของพวกเขาสองคน ..อดีตที่นำให้พวกเขามาพบกัน...และอดีตที่เกือบทำให้พวกเขาสองคนต้องแยกจาก กันตลอดกาล..
"ชั้นถามอะไรหน่อยได้ไหม?" คนตัวเล็กเอ่ยเสียงอ่อย
"ว่ามาสิครับ" ฮันกยองยังคงไม่เลิกไล่จูบไปทั่วร่างสวยพลางรับฟังคนตัวเล็ก ฮีชอลแอบถอนหายใจแล้วเอ่ย
" ไม่ ว่าอะไร นายก็จะเชื่อใจชั้นใช่มั้ย?" ร่างสูงหยุดชะงักจากการหยอกล้อเล่นกับผิวใสแล้วเงยหน้าขึ้นสบสายตากับคนตัว เล็ก นิ้วเรียวปัดปอยผมสีน้ำตาลออกจากหน้าผากมนแล้วเอ่ยตอบ
"ถามแบบ นี้ทำไมกัน...ทุกวันนี้เราก้อยู่ด้วยกันเพราะความเชื่อใจไม่ใช่เหรอ?" ฮีชอลจ้องเข้าไปในดวงตาสีนิลของมังกรหนุ่ม...แค่คำพูดนี้ก็ทำให้เขามีกำลัง ใจจะยอมสู้กับความจริงที่โหดร้ายซึ่งรอเขาอยู่แล้ว...เขาไม่ขออะไรทั้งนั้น ...เขาขอเพียงแค่ฮันกยองจะเชื่อใจเขา..ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
" สัญญา นะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นายจะเชื่อชั้น ไม่เชื่อคนอื่น เราสองคนจะไม่โกหกกัน หรือปิดปังกันและกัน ตกลงมั้ย?" ร่างเล็กเอ่ยแล้วยื่นนิ้วก้อยเพื่อขอคำมั่น ชายหนุ่มยิ้มอบอุ่นแล้วยกนิ้วก้อยของตนขึ้นเกี่ยวนิ้วของฮีชอลก่อนจะเอ่ย
" ถ้า นายอยากให้สัญญา ชั้นก็จะสัญญา..แต่ก็อยากให้นายรู้ไว้เหมือนกันนะ...ว่ายังไง..ชั้นก็เชื่อ ใจนายที่สุด..เพราะนายคือคนที่ชั้นรัก.."
ใบหน้าสวยโปรยยิ้มกว้างทันทีเมื่อได้ฟัง ร่างเล็กโผเข้ากอดฮันกยองแน่นก่อนจะเอ่ยบอก
"ชั้นรักนายมากจริงๆนะฮันกยอง..และชั้นก็ดีใจจริงๆ...ที่คนที่ชั้นรัก..คือนาย.."
ชาย หนุ่มฟังสิ่งที่ฮีชอลพูดแล้วก็ยิ้มอย่างีมความสุขกับตัวเอง ฝ่ามือหนาลูบผ่านกลุ่มผมนุ่มเบาๆด้วยความรักใครที่ต้องการจะถ่ายทอดผ่านกัน และกัน....
เวลานี้..แค่ได้อยู่ด้วยกัน...ได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างมี ความสุขมันก็มากเกินพอแล้ว....เพราะคนเราต่างไม่รู้ว่า...ความสุขที่มากมาย ในวันนี้...อาจจะกลายเป็นความทุกข์สาหัสในวันหน้าก็เป็นได้..
ดั่งที่ฮีชอลเคยพูดไว้...โลกนี้โหดร้ายกับคนทุกคน..อยู่ที่ว่าพระเจ้าอยากจะเล่นตลกกับเรามากแค่ไหน..
และดูเหมือนว่า...พระเจ้า..ต้องการจะเล่นตลกกับความรักอันบริสุทธ์ของคนสองคน...
posted on 07 Jan 2010 23:37 by zarmintz
posted on 07 Jan 2010 23:08 by zarmintz
Could it possibly be true that
Love would never fall?
Conquer hurt and fear, love would call.
All happened may shall be see through two hearts's wall.
Who would see a thunder coming?
Knows may not though that love could flee on the night that we're sleeping.
ร่าง บางนั่งพิงอกแกร่งของคนรักขณะที่สายตาทั้งคู่ต่างจ้องมองไปยังผืนน้ำสีเข้ม ยามอาทิตย์ตกดิน แขนใหญ่โอบกอดร่างเบางเอาไว้พร้อมกับที่ฮีชอลเองก็กอดทับไปที่วงแขนนั้นอีก ครั้งเหมือนต้องการบอกความรู้สึกให้ถ่ายทอดผ่านร่างกายที่อบอุ่นของคนทั้ง สอง ทั้งคู่นั่งอยู่ที่ปลายสะพานซึ่งเชื่อมต่อกับประภาคารสีขาวลายน้ำเงินซึ่ง ฮันกยองซื้อเอาไว้เป็นท่าเรือส่วนตัวของตน ใบหน้าสวยยิ้มบางๆอย่างมีความสุขที่ได้ใช้เวลาเงียบๆสองคนกับคนรัก ตอนนี้ฮีชอลอยากจะลืมเรื่องราวทั้งหมดที่ได้เจอในวันนี้ แล้วทิ้งมันลงทะเลไป เขาขอแค่ให้เขาได้มีฮันกยองแค่นั้น...มันก็เกินพอแล้วสำหรับชีวิตของเขา เอง..
"ฮีชอล..รู้อะไรไหม?" ร่างสูงเอ่ยทำลายความเงียบเบาพลางกระชับอ้อมกอดแน่น
"หืม?" ดวงตากลมมองใบหน้าหล่อเหมือนเป็นเชิงสงสัยและตั้งคำถาม ฮันกยองสบตากับร่างบางแล้วยิ้มเล็กๆก่อนจะเอ่ย
"ถ้า ขาดนายไป ชั้นคงอยู่ไม่ได้แน่ๆ นายน่ะเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของชีวิตชั้นไปแล้วนะ" ใบหน้าสวยขึ้นสีเรื่อเหมือนเขินกับคำพูดนั่น ดวงตากลมจ้องมองแววตาสีนิลที่เต็มไปด้วยความรักนั่นก่อนจะเอ่ยถาม
"ขนาดนั้นเชียว?" ฮันกยองใช้นิ้วของตนเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าคนตัวเล็กในอ้อมอกแล้วกระซิบบอกเบาๆ
"นายคือคนเดียวที่อยู่กับชั้นในยามที่ชั้นไม่มีใครและเป็นคนที่ทำให้ชั้นมีชีวิตได้ถึงทุกวันนี้.."
"ถ้าวันนั้น...นายไม่กลับมา..ชั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน..ว่าชั้นจะมีชีวิตถึงวันนี้หรือเปล่า"
"ทำไม พูดแบบนี้ล่ะฮันกยอง.." ฮีชอลเริ่มหน้าเสียเมื่อฟังสิ่งที่ชายหนุ่มพูด ถ้อยคำนั้นแปลได้อีกนัยหนึ่งว่า หากเขาไม่กลับมาหาฮันกยอง ชายหนุ่มก็คงตายไปแล้ว
"เพราะชั้นคงทนอยู่ไม่ได้โดยไม่มีนาย..ชั้นคง เลือกที่จะจากโลกนี้ไปดีกว่า" ฮันกยองตอบเรียบๆแต่นั่นทำเอาคนตัวเล็กรีบทุบไปที่อกกว้างทันทีด้วยความไม่ พอใจ
"อย่าพูดแบบนี้อีกนะ!" ท่าทางของคนตัวเล็กทำเอาชายหนุ่มถึงกับเลิกคิ้วสูงด้วยความงงแล้วคลายวง แขนออกมองหน้าฮีชอล ร่างบางตีหน้ายุ่งเหมือนโกรธก่อนจะโถมตัวเข้ากอดชายหนุ่มไว้แล้วเอ่ย
"ต่อ ให้นายไม่มีชั้น นายก็ต้องอยู่เข้าใจมั้ย? ฮันกยอง นายไม่ได้มีชั้นอย่างเดียวเสียน้อยในชีวิตของนาย นายยังมีครอบครัว มีพี่น้อง มีพรรคและอย่างอื่นต้องดูแล อย่าคิดอะไรโง่ๆแบบนั้นอีกนะ" พูดไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเพราะใจหายวาบ พอมาลองคิดว่าหากฮันกยองต้องจากเขาไปตลอดกาล...เขาเองก็ทำใจไม่ได้หรอก ...ไม่มีวันหรอกที่จะยอมรับได้..
"ฮีชอล...ชีวิตชั้นน่ะ อยู่ในกำมือของนายมาตั้งนานแล้วไม่รู้เหรอ? ตั้งแต่วันแรกที่ชั้นรักนาย..นายไม่รู้หรือไง?" ฮันกยองเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก
คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมองชาย หนุ่มด้วยความรักล้นหัวใจก่อนจะเป็นคนเริ่มแตะริมฝีปากตนกับริมฝีปากของชาย หนุ่มคนรัก คนตัวเล็กเป็นคนเริ่มที่จะบดเบียดเรียวปากนั้นเพื่อถ่ายทอดความรู้สึกของตน ร่างสูงเลื่อนมือขึ่้นมาประครองใบหน้าหวานก่อนจะเป็นคนลุกล้ำเข้าไปในโพรง ปากนุ่มเสียเอง ทั้งคู่ต่างกอดรัดด้วยแผ่นเนื้อบางซึ่งซึมผ่านถ่ายทอดความผูกพันที่ยาวนาน ระหว่างคนทั้งคู่ รสจูบหวานที่เคยเสื่อมคราวสร้างความสุขให้สองมือที่ประสานกันแน่นแทบไม่อยาก ปล่อยจากกัน
ฮันกยองละริมฝีปากตนออกเมื่อรู้สึกได้ว่าคนตัวเล็ก เริ่มจะขาดอากาศหายใจ แต่พอได้จ้องใบหน้าสวยที่เป็นสีอ่อนเขาก็ทนไม่ไหวต้องก้มลงตักตวงความหอม หวานจากโพรงปากนุ่มอีกครั้ง โดยที่ฮีชอลเองก็ไม่คิดขัดขืน มีแต่เต็มใจที่ยอมเป็นของฮันกยองแต่เพียงผู้เดียว..
"อือ.." ร่างสวยครางเบาๆเมื่อฮันกยองเองพอใจกับรสจูบที่ลิ้มรสมาแล้วถอนจุมพิตนั้น ออก ปลายจมูกโด่งแตะกับจมูกได้รูปของอีกคนแล้วต่างหลับตานิ่งทั้งคู่ท่ามกลาง อาทิตย์ยามสายันต์ที่สวยงามราวกับต้องมนต์สะกด บางทีการใช้ชีวิตร่วมกันของคนสองคนหมายถึงการที่จะต้องทำให้อีกคนมีความสุข และเราจะได้มีความสุขไปด้วย แต่ในเวลานี้ วิธีง่ายๆของพวกเขาทั้งสองคนที่จะมีความสุขด้วยกันก็คือ..อยู่เคียงข้างกัน ...แม้จะปราศจากคำพูดใดๆ...มันก็เกินพอแล้ว...
ฮันกยองนั่งกอดฮีชอลม องเส้นขอบท้องฟ้าจนพระอาทิตย์ดวงโตหายลับไปเหลือเพียงความืดมิดที่โปรยตัวลง มาพร้อมอากาศเย็นชื้นที่ทวีคูณเนื่องจากว่าเป็นบริเวณชายฝั่ง ชายหนุ่มยกแขนขึ้นดูนาฬิากาเรือนแพงเพื่อดูว่าถึงเวลาหรือยังก่อนจะค่อยคลาย อ้อมแขนออกหลวมๆแล้วกระซิบเรียกชื่อคนที่นั่งอมยิ้มเฉยๆมาตลอด
"ฮีชอล.."
"หืม?.." ร่างบางตอบรับแล้วหันมามองหน้าชายหนุ่มทันที ฮันกยองยิ้มกว้างแล้วเอ่ยบอก
"อยู่นี่นิ่งๆคนเดียวก่อนได้มั้ย?"
"ทำไมอ่ะ นายจะไปไหนเหรอ?" คิ้วเรียวเลิกขึ้นด้วยความงง เพราะมาด้วยกันอยู่ๆจะมาทิ้งกันแบบนี้ได้ไงล่ะตาบ้า
"น่า นะ..มีอะไรนิดหน่อยจะเซอไพรส์แต่ว่านายห้ามหันหลังไปจนกว่านายจะเห็นดาวตกนะ โอเคมั้ย?" ชายหนุ่มว่าแต่ดวงตากลมโตยังเต็มไปด้วยความงุนงง
"พอเห็นดาวตก นายค่อยหันกลับมา ตกลงนะ" ฮันกยองจัดการมัดมือชกคนตัวเล็กแล้วจูบไปที่หน้าผากเนียนเบาๆ
"จะ เล่นอะไรพิเรนท์อีกหรือเปล่าเนี่ย" ฮีชอลขัดเหมือนรู้ทันพลางทำหน้ายู่ ร่างสูงมองเขาด้วยรอยยิ้มแล้วยกนิ้วก้อยขึ้นเหมือนจะตั้งสัญญา
"เชื่อ ใจชั้นสินะ รออยู่ตรงนี้นะ สัญญา" ว่าแล้วยื่นนิ้วก้อยให้คนที่ตนกอดอยู่ ฮีชอลมองแล้วพลางช่างใจก่อนจะค่อยๆยื่นนิ้วก้อยข้างซ้ายมาแล้วยอมเกี่ยวไป นิ้วยาวของคนที่ยื่นรอไว้อยู่แล้ว ฮันกยองก้มลงสัมผัสริมฝีปากอิ่มเบาๆแล้วกระซิบบอก
"รออยู่ตรงนี้ก่อน นะครับที่รักแล้วอย่าหันกลับมา ไม่งั้นจะถูกลงโทษหนักแน่ๆ...คืนนี้.." คำพูดของเสียงนุ่มทำเอาคนตัวเล็กเสียวสันหลังวาบกับคำขู่นั้นเพราะรู้ดีว่า ฮันกยองหมายถึงอะไร ชายหนุ่มแกล้งขบที่ใบหูเรียวเบาๆก่อนจะละอ้อมแขนออกอย่างเสียดายที่ไม่ได้ ฉวยโอกาสกับคนตัวเล็กต่อ ร่างสูงลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยอีกครั้ง
"อย่าลืมสัญญาล่ะ" ว่าแล้วเสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ค่อยๆเดินจากไปบนพื้นไม้ของสะพาน ทิ้งให้ฮีชอลนั่งนิ่งด้วยความอยากรู้อยากเห็นคนเดียว
คน ตัวเล็กนั่งเหม่อมองท้องฟ้าที่ค่อยๆโรยตัวมืดขึ้นพลางนึกว่าวันนี้มันจะมี ดาวตกอย่างที่ฮันกยองว่าจริงหรือ? ว่าแต่เขาไปรู้มาได้ยังไงนะ? แล้วถ้าเกิดมีดาวตกจริงๆล่ะ?
ดาวตก...ก็ต้องขอพรอธิษฐานน่ะสิ...
แล้ว เขาจะขออะไรดีนะ? ตอนนี้เขาก็มีทุกอย่างที่ต้องการในชีวิตแล้ว...เพราะเขามีฮันกยอง..ทุกอย่าง ในโลกนี้ก็มีความมหายสำหรับเขาถ้ามีฮันกยอง...เพราะชายหนุ่มคือสิ่งเดียวที่ เขาต้องการและมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อคนคนนี้
คนตัวเล็กนั่งแกว่งขา เล่นไปมาเหนือพื้นน้ำอย่างใจเย็น ปล่อยให้เวลาค่อยๆผ่านไปพร้อมความเย็นที่มากขึ้น ดวงตากลมยังคงจับจ้องที่แผ่นฟ้าสีเข้มเหมือนถุกชุบด้วยหมึกดำ มีเพียงดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยวฉายแสงพร้อมดาวดวงเล็กอีกสี่ห้าดวงที่พยายาม แข่งกันฉายแสงส่องสู้ดวงจันทร์
คืนนี้จะมีดาวตกจริงเหรอ? ฮันกยองมั่วหรือเปล่าน้า ?
แอบ คิดแล้วก็ขำเล็กๆอยู่ในใจ ฮีชอลรู้ดีกว่าฮันกยองเป็นคนแอบโรแมนติกลึกๆ แม้จะไม่ค่อยทำอะไรให้เห็นมากนัก แต่เวลาที่ชายหนุ่มตั้งใจทำอะไรให้เขาทีละก็ เขาเองก็ปลื้มใจจนแทบหุบยิ้มไม่ลงเชียวล่ะ แต่ก็สงสัยเหมือนกันว่าวันนี้คนบ้านั่นจะเล่นอะไรแผลงๆอีกหรือเปล่า แต่อย่างน้อยฮีชอลก็เชื่อว่าชายหนุ่มต้องมีอะไรเซอไพรส์เขาแน่ๆ ไม่งั้นคงไม่คิดจะทำอะไรแบบนี้หรอก หึ ฮันกยองเอ๊ย คิดว่าชั้นรู้ไม่ทันล่ะสิ คบนายมาตั้งกี่ปี่แล้ว เรื่องแค่นี้ทำไมคนอย่างฮีชอลจะรู้ไม่ทันนายหา? พ่อมังกรหนุ่ม
ฮีชอ ลพยายามหุบยิ้มเมื่อคิดได้ดังนั้น ดวงตากลมฉายแวววับดั่งเช่นเคย พลันสายตาจากเรียวตาคู่นั้นก็เห็นแสงสว่างวาบที่พุ่งตัวเฉียงลงจากพื้นฟ้าสี มืดลงที่ทะเล คนตัวเล็กอ้าปากค้างแล้วรับหลับตาขอพรทันที..
ว่าแต่เขาจะอธิษฐานว่าอะไรดีนะ?.. ถ้าการขอพรจากดาวตกนั้นมีผลจริงละก็..เขาจะขอ..
....ขอให้ฮันกยองมีความสุขตลอดไป..ขอให้พวกเขาสองคน...ได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ต่อไป....
มันคงไม่มากเกินไปใช่ไหม..ดวงดาว..ใช่ไหม..โชคชะตา?
ร่าง บางหลับตาภาวนาดั่งตั้งใจเสร็จแล้วก็ลืมตาขึ้น ฮีชอลสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วนึกถึงคำพูดของฮันกยองที่สั่งไว้ ตอนนี้ดางตกก็มาแล้ว ฮันกยองควรจะกลับมาได้แล้วสิ ฮีชอลตัดสินใจรอชายหนุ่มไปสักพัก แต่ก็มีเพียงเสียงสายลมที่พัดผ่านคอยบอกว่ามันคือสิ่งเดียวที่อยู่กับฮีชอล ในสถานที่แห่งนี้ ร่างเล็กเริ่มรู้สึกใจหายวาบเหมือนโดนทิ้ง ฮีชอลรีบลุกขึ้นยืนบนสะพานอย่างรวดเร็วแล้วหันหลังกลับไป
ทันทีที่ มองเห็นภาพด้านหลัง คนตัวเล็กก็ได้แต่ขมวดคิ้วเรียวเข้าหากัน บริเวณรอบชายหาดและประภาคารสีฟ้าขาวนั้นมืดสนิท มีเพียงเทียนนับร้อยเล่มที่จุดเรียงบนไม้กั้นตัวสะพานท่าเรือเชื่อมไปจนถึง ตัวประตูของสิ่งก่อสร้างสูงตรงหน้า ฮีชอลมองไปรอบๆด้วยความงงงัน ก่อนจะตัดสินใจเดินตามแสงเปรียวเทียนไปตามทาง
ฝ่าเท้าบางเบาเหยียบ ย่ำพื้นทรายไปจนถึงหน้าบันไดหินสีเทาสามขั้น เทียนเล่มบางยังคงสว่างสไวอยู่บนหินปูน มือบางหยิบห่วงเหล็กที่คล้องประตูขึ้นแล้วค่อยๆผลักประตู้ไม้สีน้ำตาลซึ่ง ซีดลงตามการเวลาของแสงแดดและน้ำทะเลที่พัดผ่าน
หัวใจดวงเล็กรู้สึก หวั่นด้วยความกลัวที่แทรกซึมเข้ามาในจิตใจ ตั้งแต่เขากลับมาอยู่กัยฮันกยองเป็นเวลาสามปีกว่า เขาไม่เคยถูกชายหนุ่มทิ้งไว้เพี้ยงลำพังในที่ที่ไม่รู้จักแบบนี้มาก่อนเลย ร่างเล็กตัดสินใจเดินเข้าไปด้านในเมื่อประตูไม้บานใหญ่เปิดออก ทันใดนั้นมือเรียวสองข้างก็ยกขึ้นปิดปากตนด้วยความตกใจ ดวตากลมโตมองไปรอบๆห้องผนังสีขาวที่มีบันไดไม้สนสีน้ำตาลเข้มอยู่ที่ด้าน ซ้ายมือ ด้านขวาเป็นเตียงครบเครื่องข้างกันเป็นโต๊ะไม้และเก้าอี้ มีหน้าต่างซึ่งเจาะไว้สามบาน ด้านในห้องนั้นทาด้วยสีขาวและสีฟ้าเหมือนเพิ่งตกแต่งใหม่พร้อมของประดับครบ ครัน ราวกับกระท่อมน้อยหลังเล็กที่เอาไว้หลบภัยในนิทาน
เปลวเทียนที่ สว่างสไวในห้องนั้นทำให้ห้องกว้างนี้ไม่ต้องการเครื่องไฟฟ้าใดๆมาให้แสง สว่างมีเพียงเทียนไขเล่มบางนับร้อยเล่มที่วางเรียงไปตามรอยตัดของหินรอบๆ ห้อง ฮีชอลมองห้องที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนนั่งอยู่ข้างเตาผิงในฤดูหนาวแล้ว ได้แต่แอบคิดในใจว่านี่คือสิ่งที่ฮันกยองจงใจจัดฉากไว้หรือเปล่า คิดได้ดังนั้น คนตัวเล็กจึงหันหลังกลับเตรียมจะไปตามหาตัวพ่อตัวดีที่ชอบเล่นอะไรซนๆไม่ เหมาะกับอายุ แต่แล้วเขาก็ต้องขมวดคิ้วเรียวด้วยคงามงงเมื่อเห็นว่าบุคคลที่ว่ามายืน เงียบๆอยู่ข้างหลังเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ
"อ้าว ..มาตอนไหน ทำไมไม่ได้ยิน..เออะ.." ร่างบางพูดยังไม่ทันจบ อ้อมกอดแข็งแกร่งก็ดึงเขาเข้ามาแล้วกอดแน่น ใบหน้าหวานดูงงงันกับการกระทำของชายหนุ่มแต่แล้วดวงหน้าสวยก็คลี่ยิ้มออกมา บางๆก่อนจะยกแขนเรียวเข้ากอดคนรักบ้าง
"จะอ้อนอะไรอีกหรือไง" ถามเบาๆแต่ยังคงหลับตาพริ้ม รู้สึกอบอุ่นจากอ้อมกอดนั้น
"อื้อ" ชายหนุ่มตอบกลับเหมือนเด็กน้อย เล่นเอาฮีชอลถึงกับหลุดหัวเราะออกมา
ร่างเพรียวขยับตัวแล้วค่อยๆเลื่อนตัวออกแต่ยังคงอยู่ในอ้อมกอดนั้นก่อนจะจ้องหน้าชายหนุ่มแล้วถามว่า
"แล้ว เด็กดีจะเอาอะไรครับ จะกินขนมเหรอ? หรืออยากไปเที่ยวสวนสนุก?" ชายหนุ่มยกยิ้มหล่อที่มุมปากเมื่อได้ฟังคำพูดน่ารักๆนั่นแล้วละมือหนึ่งออก จากหลังฮีชอลก่อนจะหยิบสร้อยสีทองที่ห้อยกุญแจห่วงไว้ขึ้นมา ฮันกยองโชว์สร้อยเส้นนั้นให้คนตัวเล็กที่ยังไม่เข้าใจว่าฮันกยองพยายามจะทำ อะไร มือบางเลื่อนขึ้นแตะที่ปลายกุญแจสีทองก่อนจะมองหน้าชายหนุ่ม
"สวม ให้ได้ไหม?" ฮันกยองถามพลางจ้องดวงตากลมที่แสนรักใคร่ ใบหน้าหวานพยักหน้าเล็กๆก่อนจะก้มหัวลงให้ชายหนุ่มจัดการใส่สร้อยทองเส้น นั้นบนลำคอระหง
นิ้วเรียวเกี่ยวสร้อยเส้นนั้นขึ้นมาเมื่อชายหนุ่มสวมให้เสร็จแล้วเอ่ยถามกลับ
"ให้ สร้อยชั้นทำไมเหรอ แต่ว่าสวยดีนะ..ชั้นชอบ" ว่าแล้วยิ้มหวาน ชายหนุ่มลูบกลุ่มผมสีน้ำตาลอย่างเอ็นดูก่อนจะจุมพิตที่หน้าปากเนียนเบาๆ ฮีชอลหยิบตรงกุญแจทองขึ้นมาดูใกล้ๆ ฮันกยองจึงได้เริ่มพูด
"กุญแจนี้ นะ ชั้นอยากจะใช้มันเปิดหัวใจนายดูได้ไหม?" ว่าแล้วก็จับมือเรียวที่จับกุญแจทองนั้นอยู่ ฮีชอลเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มแล้วเลื่อนสายตาไปตามการกระทำของฮันกยอง ร่างสูงแตะปลายกุญแจไปที่หน้าอกข้างซ้านของฮีชอลแล้วเอ่ยถาม
"ในนี้ มีแค่ชั้นหรือเปล่าฮีชอล?" คนตัวเล็กมองหน้าฮันกยองนิ่งแล้วเอ่ย
"ไม่ ใช่หรอก มีมาเฟียบ้าเลือด นิสัยไม่ดีอยู่ต่างหาก ชั้นก็ไม่เข้าใจเหมือนกันนะ คนคนนี้แย่จะตาย ทำไมชั้นถึงรักมากขนาดนี้ก็ไม่รู้..." ใบหน้าหวานลบสายตาที่จ้องกลับมาพร้อมรอยยิ้มขันจากใบหน้าหล่อ ฮันกยองเชยปลายคางสวยขึ้นแล้วจุมพิตเบาๆที่ริมฝีปากอิ่ม
"นายนี่น่ารักจริงๆนะ" ว่าแล้วก็กุมมือเรียวไว้แล้วเลื่อนมาที่อกข้างซ้ายของตัวเอง
"อยากรู้ไหมว่าในนี้มีใครอยู่?" ฮันกยองว่าแล้วส่งสายตาหวานให้ แต่ฮีชอลกลับตอบคำถามนั้นเล่นเอามังกรหนุ่มหน้าเสีย
"เป็นล้านเลย คนนู้นคนนี้ นายก็มีไปทั่ว"
"อะไรเล่าฮีชอล เสียบรรยากาศหมด ชั้นเป็นแบบนั้นเสียที่ไหนล่ะ" ฮันกยองเถียงพลางทำหน้ามุ่ย ฮีชอลจ้องหน้าชายหนุ่มกวนๆแล้วเอ่ย
"ไม่จริงเหรอไง นายน่ะ เปลี่ยนคู่นอนไม่ซ้ำหน้า ใครๆถูกใจนาย นายก็เอาหมดแหละ"
"โธ่! ฮีชอล นั่นมันเรื่องเมื่อนานมาแล้วนะ เมื่อไหร่จะเลิกพูดถึงเรื่องเก่าสักที นี่ชั้นก็มีแต่นายคนเดียวมาจะสี่ปีแล้วนะ ยังไม่เชื่อใจกันอีกเหรอ" ฮันกยองว่าอย่างตัดพ้อ พยายามเรียกร้องความเห็นใจจากคนสวยตรงหน้า ฮีชอลเชิดหน้าขึ้นแล้วเอ่ย
"ได้ข่าวว่า ขนาดตอนที่นายบอกว่ารักชั้นนักรักชั้นหนา พอชั้นอยู่ด้วยกับนายไม่ได้ นายก็ยังวิ่งกลับไปหาทงเฮ อย่าคิดว่าไม่รู้นะ" ว่าแล้วจิกสายตาใส่ด้วยความหึงหวง
"โธ่..เมียจ๋า ตอนนั้นผัวไม่ได้ตั้งใจ ก็แค่ถ้าไม่มีใครจะคิดถึงแต่เมียคนเดียวนี่นา" พยายามพูดหวานๆแล้วอ้อนใส่ กอดรัดร่างบางเสียแน่น ฮีชอลทุบไปที่อกซ้ายของชายหนุ่มแรงๆแล้วเอ่ยโกรธๆ
"นี่แหน่ะ..คิดถึง ชั้นมันจะตายหรือไงถึงทนไม่ได้ ต้องไปหาคนอื่นน่ะห๊ะ? แล้วไม่ต้องมาเรียกชั้นแบบนี้นะ ถ้าชาวบ้านได้ยินเสียหน้าหมด" ฮันกยองทำตาปริบๆแล้วซุกหน้าลงที่ซอกคอขาวเพื่อจะอ้อน ไซ้เบาๆพลางพูดไป
"งั้นพูดกันสองคน แบบนี้ไม่ได้เหรอ ไม่ต้องบอกใครเขาก็รู้ว่านายน่ะเมียชั้น"
"ฮันกยอง!" ฮีชอลขึ้นเสียงทันทีเมื่อได้ยินคำที่ชายหนุ่มตีตราจองอีกรอบ
"จ้าๆ ไม่พูดแล้วครับที่รัก ที่รักอย่าอารมณ์เสียสิ นี่ตั้งใจพามาเดตอย่างโรแมนติกนะครับ ไม่พูดอะไรให้อารมณ์เสียน้าๆ" ฮันกยองว่าแล้วกระชัดกอดแน่น ปลายจมูกคมยังคงวุกไซ้ไม่ห่างซอกคอเนียนนั้นเพื่อสูดดมความหอม มือไม้เริ่มไล้ไปมาอย่างอยู่ไม่สุข
"นี่ๆจะกอดก็กอดเฉยๆ มือไม่ต้องไว" ฮีชอลว่าเอาเมื่อรู้สึกได้ถึงไออุ่นของพื้นผิวสีแทนที่หายเข้าไปใต้เสื้อของ เขาทางด้านหลัง คนตัวเล็กพาลจะขืนตัวออก
"ไม่ไวก็ไม่ใช่ฮันกยองสิ ไวทุกเรื่องเลยน้า..." ชายหนุ่มว่าแล้วแอบขบเบาๆที่ใบหูนิ่ม ฮีชอลฝืนตัวออกทันทีแต่ก็ยังติดแขนแกร่งที่คล้องรอบตัวเขาอยู่
"ปล่อย ได้แล้ว หงุดหงิดไม่อยากให้กอด" ร่างบางเริ่มพาลเมื่อนึกถึงเรื่องที่ว่า เขารู้ดีว่าเรื่องเก่าไม่ควรขุดขึ้นมาพูดใหม่ให้เสียอารมณ์เล่น แต่เขาเองก็อยากจะบอกฮันกยองเหมือนกันว่าตนนั้นไม่พอใจอย่างมากเมื่อรู้ เรื่องนั้นเข้า
"ฮีชอลจ๋า ไม่เอาน้า ไม่งอนนะ ฮีชอลฟังฮันกยองน้า" มังกรหนุ่มที่แสนบ้าเลือดเริ่มทำตัวเป็นเด็กน้อยเพื่อง้อคนรักอย่างจริงจัง ฮีชอลหน้ายู่ไม่หยุด แต่นั่นก็ไม่ทำให้ฮันกยองอารมณ์เสียเลย เขากลับเห็นว่ามันน่ารักเสียด้วยซ้ำ
"ฟังอะไรเล่า ฟังไหนพล่ามไปเรื่อยนะเหรอ" ว่าแล้วทำหน้าง้ำยิ่งกว่าเดิม ชายหนุ่มได้แต่ถอนหายใจก่อนจะเอ่ยบอก
"ฮีชอลครับ ตอนนี้ชั้นซีเรียสนะ ชั้นพูดจริงจัง..และแน่นอนชั้นพูดกับนายอย่างจริงใจ.."
"ชั้น ไม่รู้ว่านายจะเข้าใจชั้นมั้ย แต่ชั้นยังคงยืนยันว่าชั้นน่ะ...รักนาย..รักแค่คนเดียว..และจะเป็นคนเดียว ที่จะรักด้วย.." ฮีชอลทำเป็นมองออกไปทางนอกหน้าต่างแต่จริงๆแล้วในใจก็แอบสั่นรัวเมื่อได้ฟัง ถ้อยคำบอกรักนั้น
"ต่อให้ชั้นมีใครเข้ามาในชีวิต คนพวกนั้นน่ะก็แค่ได้ผ่านมาและผ่านไป แต่มีเพียงนายคนเดียวนะ..ที่เข้ามาแล้วและชั้นไม่ต้องการให้จากไป..เพราะ ชั้นจะขังนายเอาไว้..ขังไว้ในหัวใจดวงนี้แหละ..แล้วมันก็ไม่มีกุญแจที่จะไข เพื่อเปิดเอานายออกไปได้ด้วย เพราะชั้นเชื่อว่านายก็ใช้หัวใจที่รักชั้นล็อคชั้นเอาไว้เหมือนกัน" ชายหนุ่มเงียบเมื่อพูดจบเพื่อรอดูปฏิกิริยาของคนข้างหน้า ฮีชอลเคลื่อนสายตามองชายหนุ่มก่อนจะหันไปมองทางเดิมแล้วพูด
"ไม่เห็น ได้บอกว่ารักนายซะหน่อยนี่" คนพาลทำเป็นพูดดีไปงั้นทั้งๆที่เมื่อครู่เพิ่งบอกว่ารักเขาอยู่หยกๆ ฮันกยองได้ยินแล้วก็ขำเล็กๆอย่างเอ็นดูแล้วเอ่ย
"อะไรกัน เมื่อกี๊ยังบอกว่ารักชั้นอยู่เลย กลืนน้ำลายตัวเองแล้วเหรอครับ?" ฮีชอลได้ยินดังนั้นก็ค้อนให้วงกว้าง ร่างสูงขยับเข้ามาใกล้แล้วกระซิบเบาๆที่ข้างหูคนตัวเล็ก
"แล้วที่ ร้องบอกชั้นทุกคืนเวลาเรามีอะไรกันน่ะ ไม่ได้บอกว่ารักชั้นเหรอ?" ใบหน้าสวยขึ้นสีแดงสดทันทีเมื่อได้ยินคำพูดน่าไม่อายของชายหนุ่ม ฮีชอลยกมือขึ้นจะทุบไปที่อกกว้างด้วยความอายแต่กลับถูกเขารวบข้อมือเข้ามาซะ งั้นก่อนจะใช้มืออีกข้างเชิดใบหน้าหวานขึ้นแล้วประทับจูบร้อนลงไป ริมฝีปากบาของชายหนุ่มบดเบียดขยี้ริมฝีปากสีสดด้วยอารมณ์รักที่ต้องการปลุก เร้า ร่างเล็กที่แพ้เกมรักมาตลอดไม่เคยชนะรสจูบสะท้านนี้ได้เลยสักครั้ง เรียวปากสวยเผลออกต้อนรับกลีบเนื้อบางที่สอดแทรกเข้ามาเพื่อตวัดรัดและกวาด ชิมความหอมหวานจากลิ้นเรียวเล็กเช่นกัน ฮีชอลถูกจูบเสียจนหมดสิ้นลมหายใจ..
"ฮัน.. บ้า.." พึมพำเบาๆทั้งที่หอบแฮ่กๆจากรสจูบแรงนั้น ทันทีที่ถูกปล่อยให้เป็นอิสระฮีชอลก็รู้ตัวว่าตัวเขาแทบหมดเรียวแรงและเซ ประทับอกหนาอยู่แทน อยากจะคลั่งตายให้ได้เชียวเวลาถูกชายหนุ่มจู่โจมจูบเอาแบบเมื่อครู่
Continue in Savagely Madden Ch.3.2